โฆษก ตร.ยันสั่งให้ พ.ต.อ.ออกจากราชการไว้ก่อน คดีร่วมแก๊งรีดไถ ตม. 2.5 ล้าน
โฆษก ตร.ยันสั่งให้ พ.ต.อ.ออกจากราชการ คดีรีดไถ ตม. 2.5 ล้าน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ซึ่งถูกจับกุมในข้อหา 'ร่วมกันกรรโชกทรัพย์' หลังจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของ ตม.

โฆษก ตร.ยืนยันสั่งให้ พ.ต.อ.ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเกี่ยวกับการจับกุมผู้เกี่ยวข้องในคดีตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ขณะนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งไปยังต้นสังกัดให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจที่ถูกออกหมายจับ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีสังกัดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับปรากฏตัวในพื้นที่นครบาลและอยู่ในขบวนการจนถูกออกหมายจับ

หากเข้าข่ายกระทำความผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระเบียบและขั้นตอนในการพิจารณาเรื่องวินัยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ตามขั้นตอนผู้ถูกกล่าวหาจะต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัดว่าต้องคดีอาญา จากนั้นต้นสังกัดจะรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่จะพิจารณาในด้านการปกครอง เบื้องต้นคาดว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ย้ำนโยบาย ผบ.ตร. ฟันไม่เลี้ยง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีนโยบายชัดเจนว่า หากตำรวจทำถูกต้องทำดี ก็จะส่งเสริมให้รางวัลและให้เจริญก้าวหน้า แต่ถ้าประพฤติชั่วกระทำผิดและมีพยานหลักฐานรับฟังได้ ก็ฟันไม่เลี้ยง พร้อมทั้งกล่าวว่า 'ในเรื่องของระเบียบวินัยตำรวจ มีระเบียบที่ชัดเจนตามกฎหมาย ท้ายที่สุดถ้ามีความผิดชัดเจน สามารถมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ'

แม้ว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่ไปทำร้ายประชาชน หรือขบวนการร่วมกรรโชกทรัพย์เงินตำรวจด้วยกัน แต่อยากให้แยกแยะว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับองค์กร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยช่วยเหลือคนผิด

ยืนยันไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ

เมื่อถามว่าการจับกุมนายอัจฉริยะและผู้ร่วมขบวนการเงียบผิดปกติ และมีการซุ่มนำตัวไปฝากขังที่ศาล ตำรวจปิดข่าวหรือมีความกังวลใจเรื่องถูกฟ้องกลับหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า 'เรื่องการถูกฟ้องกลับ ยืนยันเป็นสิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาอยู่แล้ว ที่จะใช้สิทธิฟ้องกลับชุดจับกุมหรือพนักงานสอบสวน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหวั่นไหว เพราะมันเกิดขึ้นในหลายคดี และในคดีนี้ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ศาลอนุมัติหมายจับ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นถือว่ามีการตรวจสอบหลักฐานและจากหน่วยงานอื่น มีการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรม จนศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว'