สาวโรงงานวัย 45 ปี ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจหลอกโอนเงินสูญกว่า 2 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่จังหวัดสมุทรปราการ ผู้เสียหายเล่าว่าได้รับโทรศัพท์จากชายอ้างเป็นพนักงานไปรษณีย์ แจ้งว่ามีพัสดุตกค้าง จากนั้นโอนสายให้ตำรวจปลอมกล่าวหาว่าเธอมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน
กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีที่ระบุ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยอ้างว่าจะคืนเงินให้ภายใน 24 ชั่วโมง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินทั้งหมด 5 ครั้ง รวมมูลค่า 2,050,000 บาท หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก
คำเตือนจากตำรวจ
พ.ต.อ. สมชาย วงศ์สุข รองผู้บังคับการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักอ้างเป็นหน่วยงานรัฐเพื่อหลอกลวงประชาชน ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และไม่โอนเงินให้คนที่ไม่รู้จัก หากสงสัยให้ติดต่อสายด่วน 191 หรือ 1599
การดำเนินคดี
ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวคนร้าย โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีปลายทาง ซึ่งพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีม้าหลายบัญชี คาดว่าแก๊งนี้มีเครือข่ายข้ามประเทศ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของคนร้าย
สถิติคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 2566 มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 10,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและคนทำงาน ตำรวจเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง
สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ หรือแจ้งผ่านระบบออนไลน์ของตำรวจสอบสวนกลาง เพื่ออายัดบัญชีได้ทันท่วงที



