ศาลฎีกาพิพากษาถอนสิทธิเลือกตั้ง 'เอกราช ช่างเหลา' 10 ปี คดียักยอกเงินสหกรณ์ 396 ล้าน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2568 หมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับ นายเอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน โดยศาลพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายเอกราชเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
รายละเอียดคดี
ป.ป.ช. ยื่นคำร้องว่า นายเอกราชซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด นายเอกราชกับพวกได้ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์จำนวน 396 ล้านบาท และปกปิดการกระทำโดยการปลอมแปลงสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้ววินิจฉัยว่า นายเอกราชซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ ต่อมาย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ได้อาศัยโอกาสเป็นผู้จัดการสหกรณ์ฯ ถอนเงินของสหกรณ์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 จำนวน 396,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีตนเอง ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 นายเอกราชกับพวกนำเงินไปซื้อที่ดิน 5 แปลง ในราคา 106,000,000 บาท โดยใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ และนำที่ดิน 3 แปลงไปจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดขวัญฤดี ซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยทุจริต
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2554 ถึงปี 2562 นายเอกราชกับพวกได้แก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยทำให้สมาชิกเข้าใจว่ามีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือประมาณ 70,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้ายแก้ไขให้ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีคงเหลือ 431,941,984.59 บาท ขณะที่ความจริงมีเงินคงเหลือเพียง 79,774.16 บาท
คำพิพากษา
ศาลฎีกาพิพากษาว่า นายเอกราชฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสามและวรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 และมาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง
ศาลให้ นายเอกราชพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสี่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายเอกราชมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา



