ตำรวจสอบสวนกลางได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหลายรายว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยมิจฉาชีพใช้กลอุบายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อและแจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย เช่น คดีฟอกเงิน หรือคดียาเสพติด จากนั้นจะข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ หรือเพื่ออายัดทรัพย์สินชั่วคราว
เหยื่อรายล่าสุด
นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เปิดเผยว่าได้รับโทรศัพท์จากชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าบัญชีธนาคารของเธอถูกใช้ในการฟอกเงิน เธอต้องโอนเงินไปยังบัญชีที่ปลอดภัยตามที่ระบุ เพื่อตรวจสอบ นางสาวเอหลงเชื่อและโอนเงินไปกว่า 500,000 บาท ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกหลอก
คำเตือนจากตำรวจ
พ.ต.อ.สมชาย วงศ์สุวรรณ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้วิธีโทรศัพท์สุ่มไปยังเหยื่อจำนวนมาก โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และใช้เทคนิคการพูดกดดันให้เหยื่อตกใจและโอนเงินทันที
ข้อควรปฏิบัติ
- อย่าหลงเชื่อผู้ที่โทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด
- ไม่ควรโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์
- หากสงสัยให้โทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ตำรวจสอบสวนกลางอยู่ระหว่างสืบสวนหาเส้นทางการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ



