สาววัย 27 ปี ร้องเรียนสื่อมวลชน หลังถูกชายวัย 40 ปี ขับรถกระบะฉุดขึ้นรถพยายามข่มขืน ตัดสินใจกระโดดลงจากรถขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงเพื่อหนีตาย ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนหัก ร่างกายฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว
เหตุการณ์สยองขวัญบนถนนย่านชานเมือง
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่เธอกำลังเดินกลับบ้านในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ชายคนดังกล่าวขับรถกระบะสีดำเข้ามาจอดข้างทาง ก่อนจะลงมาฉุดเธอขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายพยายามดิ้นรนและขอร้องให้ปล่อยตัว แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอม และพยายามใช้กำลังข่มขืน
ตัดสินใจกระโดดหนีตาย
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางออก ผู้เสียหายจึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถขณะที่รถแล่นด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เธอกลิ้งตกบนถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนซ้ายหัก ใบหน้าและลำตัวมีบาดแผลถลอกหลายแห่ง ชาวบ้านที่พบเห็นรีบแจ้งกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล
แจ้งความดำเนินคดี
หลังรักษาตัว เธอเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยพนักงานสอบสวนรับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหายระบุว่า จำหน้าและทะเบียนรถได้ชัดเจน และขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการโดยด่วน
นางสาวเอ (นามสมมติ) กล่าวว่า “ดิฉันยังหวาดกลัวมาก ไม่คิดว่าคนที่ดูธรรมดาจะกล้าทำแบบนี้ ครั้งนี้ดิฉันรอดมาได้เพราะตัดสินใจกระโดด แต่อยากให้ผู้หญิงทุกคนระวังตัว และอยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้”
สถิติคดีข่มขืนในไทยน่าห่วง
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 2567 มีคดีข่มขืนที่แจ้งความกว่า 2,500 คดี เฉลี่ยวันละ 7 คดี แต่คดีที่ไม่ถูกแจ้งความอาจมีมากกว่านี้หลายเท่า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวถูกซ้ำเติมหรือกลัวความปลอดภัย
คำแนะนำจากนักจิตวิทยา
นักจิตวิทยาแนะนำว่า หากตกอยู่ในสถานการณ์ถูกฉุดหรือถูกข่มขืน ควรพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือให้ผู้อื่นเห็น เช่น เปิดไฟฉุกเฉิน หรือกระแทกกระจกให้เกิดเสียงดัง แต่การกระโดดลงจากรถที่กำลังเคลื่อนที่เป็นวิธีสุดท้ายที่อันตรายมาก เพราะอาจเสียชีวิตหรือพิการได้
พ.ต.อ.สมชาย วงศ์เจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “เรากำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสให้แจ้งตำรวจทันที”
ด้านแพทย์ผู้รักษาระบุว่า อาการของผู้เสียหายขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักฟื้นอีกประมาณ 2-3 เดือน และอาจต้องทำกายภาพบำบัดเนื่องจากแขนหักแบบสาหัส



