จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดระทึก ขณะที่ชายวัยกลางคนขับรถกระบะแหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับชักอาวุธปืนข่มขู่จะยิง ทำให้เกิดความแตกตื่นและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น
เปิดเผยตัวตนและสาเหตุที่แท้จริง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวชายคนดังกล่าวได้แล้ว ทราบชื่อคือ นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี โดยนายสมชายได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า สาเหตุที่ต้องขับรถแหกด่านและข่มขู่เจ้าหน้าที่นั้น เนื่องจากเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงว่า ตนเองกำลังตกเป็นเหยื่อของแก๊งโจรกรรมรถยนต์
นายสมชายเล่าว่า ขณะขับรถอยู่บนถนนสายหลักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ได้สังเกตเห็นรถยนต์ต้องสงสัยหลายคันขับตามมาและพยายามจะปิดล้อมรถของตน ทำให้เกิดความหวาดกลัว ประกอบกับที่ผ่านมาเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับขบวนการโจรกรรมรถที่ใช้วิธีการดังกล่าว จึงตัดสินใจเร่งเครื่องหนีและพยายามหาทางออก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อมาถึงจุดตรวจของตำรวจ นายสมชายกลับมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนโจรกรรม จึงไม่ยอมหยุดรถตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และใช้ปืนที่พกติดตัวไว้ข่มขู่เพื่อเปิดทางหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในที่สุด โดยสามารถจับกุมนายสมชายไว้ได้โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายสมชายไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน และใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนก็ยังอยู่ในอายุการใช้งาน แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาหลายกระทง รวมถึงการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต การขัดขวางเจ้าพนักงาน และการทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน
มุมมองทางกฎหมายและสังคม
ทางด้านนักวิชาการด้านกฎหมายได้ให้ความเห็นว่า แม้สาเหตุจะเกิดจากความเข้าใจผิด แต่การกระทำของนายสมชายก็ไม่สามารถอ้างเป็นเหตุบรรเทาโทษได้ เนื่องจากเป็นการใช้ความรุนแรงและอาวุธปืนโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความหวาดระแวงของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นจากข่าวอาชญากรรมที่แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์
ด้านครอบครัวของนายสมชายได้ออกมาเปิดเผยว่า นายสมชายเป็นคนปกติทั่วไป ไม่มีอาการทางจิตเวช แต่เป็นคนที่วิตกกังวลง่าย และมักเสพข่าวอาชญากรรมเป็นประจำ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
คดีนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน โดยนายสมชายยังคงให้การรับสารภาพ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจและสังคมที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก



