เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักในซอยสุขุมวิท 117/1 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น พบศพนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี สภาพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนชั้นล่าง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณหน้าอกจำนวน 2 นัด และที่ศีรษะอีก 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเบื้องต้น
จากการสอบสวนเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเสียงทะเลาะวิวาทกันดังออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นก็มีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดติดต่อกัน ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงต่างพากันตกใจและแจ้งตำรวจทันที เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็พบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปแล้ว
พ.ต.อ.สมชาย รักษ์เมือง ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายบี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นแฟนเก่าของผู้เสียชีวิต โดยทั้งสองเคยคบหากันมาก่อน แต่ได้เลิกรากันไปแล้วประมาณ 1 เดือน เนื่องจากมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยฝ่ายหญิงได้ตัดสินใจเลิกและย้ายออกมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง
พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ
ก่อนเกิดเหตุ นายบีได้เดินทางมาที่บ้านของผู้เสียชีวิตและเรียกให้ออกมาพูดคุย แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมออกมา จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้กำลังทุบประตูบ้านและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตจนเสียชีวิต จากนั้นจึงหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับนายบีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ฝากเตือนภัยความรุนแรงในครอบครัว
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่เลิกรากัน ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ผู้ที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวรีบแจ้งความหรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่
นอกจากนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาดูศพด้วยความเศร้าโศก และจะดำเนินการรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป



