ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพปริศนา
ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ

ความคืบหน้าในคดีฆาตกรรมอำพรางศพหญิงสาวที่ถูกพบเสียชีวิตในพื้นที่รกร้าง ล่าสุดศาลจังหวัดได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเพียงพอต่อการขออนุมัติหมายจับ โดยผู้ต้องหาเป็นชายอายุ 35 ปี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต

รายละเอียดคดี

เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวอายุ 28 ปี ในสภาพถูกอำพรางด้วยกิ่งไม้และใบไม้ในพื้นที่รกร้าง ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการถูกทำร้ายและบาดแผลที่ศีรษะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน

การสืบสวนของตำรวจ

พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลสุดท้ายที่เห็นผู้เสียชีวิตก่อนหายตัวไป นอกจากนี้ยังพบหลักฐานสำคัญคือคราบเลือดในรถยนต์ของผู้ต้องหา ซึ่งตรงกับดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ผู้ต้องหามีประวัติเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายมาก่อน
  • ผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีเพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่ามีปัญหาส่วนตัวกับผู้ต้องหา
  • ญาติผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่และติดตามผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ปฏิกิริยาจากครอบครัว

ครอบครัวผู้เสียชีวิตแสดงความกังวลว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี และเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมโดยเร็ว พร้อมทั้งขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการของตำรวจ

พลตำรวจตรี สมชาย ฤทธิเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสกัดกั้นการหลบหนี นอกจากนี้ยังได้ขอหมายค้นเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี

ด้านนักวิชาการด้านกฎหมายมองว่าคดีนี้มีน้ำหนักหลักฐานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ต้องหากับที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน คาดว่าหากจับกุมตัวได้ คดีจะมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ตำรวจขอให้ประชาชนที่พบเห็นผู้ต้องหาหรือมีเบาะแสสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง โดยจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเป็นความลับ