จากกรณี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำกำลังพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พบอาวุธปืนสงครามและระเบิดซีโฟร์จำนวนมากผูกติดกับเสื้อเกราะพลีชีพ หลังตำรวจสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียนตรวจสอบเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในเขตนาจอมเทียน จับกุมนายหมิงเฉิน ผู้ขับขี่ซึ่งถือพาสปอร์ตจีนและมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) พร้อมผู้หญิงชาวไต้หวันอีกหนึ่งคน ในรถพบอาวุธปืนสงคราม ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าสั่งซื้ออาวุธและระเบิดผ่านออนไลน์ไปรับของจากจังหวัดระยอง และจะนำไปจบชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุด
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุคดีดังกล่าว นายหมิงเฉินนอกจากมีพาสปอร์ตจีนแล้ว ยังมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ระบุที่อยู่บ้านหลังหนึ่งในซอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร วันออกบัตรวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 หมดอายุวันที่ 13 พฤศจิกายน 2576
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ท.สยามบุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล นำกำลังตำรวจสืบนครบาลและตำรวจนครบาล 3 พร้อมพ.ต.อ.ชัยธัช เชียงทา ผู้กำกับการงานสอบสวนตำรวจนครบาล 3 รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนิมิตร เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
พบว่าเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น พบนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของผู้ต้องหา ซึ่งทำงานเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ย่านทองหล่อ อาศัยอยู่ภายในบ้านกับแฟนหนุ่มคนใหม่ การตรวจค้นภายในบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
คำให้การของอดีตภรรยา
นางสาวเอให้การว่า เมื่อปี 2564 รู้จักและพบกับนายหมิง หรืออาต๋า ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะมาพบกันอีกครั้งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม จากนั้นได้อยู่ด้วยกันและย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นของลูกพี่ลูกน้องของตน และตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนี้ ก่อนจดทะเบียนสมรสกัน นายหมิงได้นำที่อยู่บ้านหลังนี้ไปทำบัตรสีชมพู และเปิดบริษัทใช้ติดต่อธุรกิจต่างๆ ตนไม่รู้ว่าไปทำอะไรบ้าง โดยนายหมิงจะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และออสเตรเลียบ่อยครั้ง อ้างว่าเปิดบริษัททำธุรกิจให้รถเช่าที่เกาหลีใต้
นางสาวเอเผยอีกว่า ส่วนใหญ่ตนและนายหมิงจะอยู่บ้านเช่าย่านพัทยา จังหวัดชลบุรี และตั้งแต่จดทะเบียนสมรสอยู่ด้วยกันได้ปีกว่า นายหมิงเคยมาบ้านหลังนี้ประมาณ 4-5 ครั้ง ระยะหลังนายหมิงทำตัวแปลกๆ และห่างกัน ก่อนจะไปจดทะเบียนหย่ากันเมื่อปี 2568 ไม่ได้ติดต่อกันอีก และตอนนี้ตนมีแฟนใหม่แล้ว



