ทรัมป์แถลงเหตุลอบสังหารกลางงานเลี้ยงสื่อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ปรากฏตัวที่ห้องแถลงข่าวทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เพื่อเปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว หลังจากที่เขาถูกหน่วย Secret Service พาตัวลงจากเวทีอย่างกะทันหันเนื่องจากมีเสียงปืนดังขึ้นและการบุกรุกของผู้ต้องสงสัยติดอาวุธ
นาทีเฉียดตายและการทำงานของหน่วยอารักขา
ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายที่พยายามบุกเข้าหาจุดตรวจรักษาความปลอดภัยของงานเลี้ยง โดยพกพาอาวุธหลายประเภท ในตอนแรกเขาคิดว่าเสียงดังที่ได้ยินเป็นเสียงถาดอาหารหล่นกระแทกพื้น แต่เป็นเสียงที่ดังมากและเกิดขึ้นห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ประมาณ 50 หลา คนร้ายยังเข้าไม่ถึงบริเวณงานหลัก แต่มีปืนและเจ้าหน้าที่รู้ตัวทันที ทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ถูกนำตัวออกไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยไม่มีเวลาให้คิดทบทวน
ทรัมป์ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างสะเทือนใจสำหรับภริยา เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความโกลาหลสูง อย่างไรก็ตาม เขาชื่นชมประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้อย่างมาก โดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ลอบสังหารที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ทรัมป์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีกว่าที่บัตเลอร์มาก ในความคิดของเขา คืนนี้พวกเขาวางกำลังครอบคลุมทุกจุดและสยบคนร้ายได้ก่อนที่จะเข้าใกล้มากกว่านี้
รายละเอียดผู้ก่อเหตุและความคืบหน้าของคดี
ทรัมป์ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวไว้แล้ว และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกำลังดำเนินการตรวจค้นที่พักอาศัยของบุคคลดังกล่าวในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเรียกผู้ก่อเหตุว่าเป็นคนป่วยที่อันตรายมากและมีลักษณะที่ดูชั่วร้าย ขณะถูกกดลงกับพื้น ทรัมป์เชื่อว่าชายคนนี้ปฏิบัติการแบบหมาป่าเดียวดายและมีการขัดขืนอย่างรุนแรงระหว่างการจับกุม
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ Secret Service นายหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บระหว่างการเข้าระงับเหตุ ทรัมป์ระบุว่าเขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับเจ้าหน้าที่นายนั้นแล้ว เจ้าหน้าที่ถูกยิงในระยะใกล้มากด้วยปืน แต่โชคดีที่สวมเสื้อกันกระสุนทำให้ปลอดภัยและมีขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยม ทรัมป์ภูมิใจในหน้าที่ของเขาและเคารพในความเสียสละของเขา
ทรัมป์ย้ำเจตนารมณ์บริหารประเทศท่ามกลางภัยคุกคาม
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงรักษาท่าทีที่แข็งกร้าวและมั่นใจ โดยระบุว่าอาชีพประธานาธิบดีคืออาชีพที่อันตราย แต่เขาก็เต็มใจที่จะรับความเสี่ยงเพื่อทำให้ประเทศกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เขายืนยันว่างานเลี้ยงที่ถูกยกเลิกไปจะถูกจัดขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายวิถีชีวิตของสังคมอเมริกัน ทรัมป์กล่าวว่าเมื่อคุณมีอิทธิพลและทำสิ่งที่ส่งผลกระทบ พวกเขาก็จะจ้องเล่นงานคุณ แต่ถ้าคุณไม่มีความหมายอะไร พวกเขาก็จะปล่อยคุณไว้เฉย ๆ
ข้อเสนอสร้างห้องจัดเลี้ยงใหม่ในทำเนียบขาว
ทรัมป์ใช้โอกาสนี้ในการโน้มน้าวความจำเป็นในการสร้างห้องจัดเลี้ยงใหม่ในทำเนียบขาวขนาด 90,000 ตารางฟุต โดยชี้ว่าอาคารเก่าอย่างโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับยุคสมัยใหม่ เราต้องการระดับความปลอดภัยที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งกระจกกันกระสุนและระบบป้องกันโดรน นั่นคือเหตุผลที่กองทัพและหน่วยอารักขาเรียกร้องให้สร้างห้องจัดเลี้ยงนี้
เรียกร้องความสงบและความสามัคคี
ในช่วงท้ายของการแถลง ทรัมป์เปลี่ยนโทนเสียงเป็นการเรียกร้องความสงบและความสามัคคี โดยระบุว่าเหตุการณ์รุนแรงในคืนนี้ได้ทำหน้าที่หลอมรวมชาวอเมริกันทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรีพับลิกัน เดโมแครต หรืออิสระ เขาขอให้ชาวอเมริกันทุกคนกลับมาให้คำมั่นสัญญาที่จะแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี และต้องอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความเห็นต่าง ทรัมป์ยังแสดงความขอบคุณต่อสื่อมวลชนที่รายงานข่าวอย่างมีความรับผิดชอบตลอดคืนที่ผ่านมา
ย้อนรอยเหตุการณ์พยายามลอบสังหารทรัมป์
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความท้าทายด้านความปลอดภัยที่โดนัลด์ ทรัมป์ต้องเผชิญอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงการหาเสียงจนถึงการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม 2567 ระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย มีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดใส่เวที โดยกระสุนหนึ่งนัดเฉียดบริเวณใบหูของทรัมป์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยต้องรีบเข้าปกป้องและอพยพเขาออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ต่อมาในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ทรัมป์เผชิญเหตุพยายามลอบสังหารอีกครั้งเมื่อมีผู้ต้องสงสัยไปดักรอที่สนามกอล์ฟ Mar-a-Lago แม้ไม่มีการยิงจากฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ใช้อาวุธตอบโต้และนำตัวทรัมป์ออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย



