เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด อายุ 41 ปี ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ในข้อหาปล้นทรัพย์ ความผิดต่อเสรีภาพ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี 16 เดือน ปัจจุบันถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางบางขวาง กระทั่งเกิดกระแสข่าวฮือฮาเมื่อญาติของนายเชาวลิตแอบบันทึกเสียงสนทนาระหว่างการเยี่ยมญาติผ่านวิดีโอคอลไลน์และร้องเรียนต่อกรมราชทัณฑ์
กรมราชทัณฑ์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เรือนจำกลางบางขวางได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นและรายงานมายังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งได้รับทราบความคืบหน้าและมูลเหตุพอสมควร รายละเอียดทั้งหมดจะถูกนำไปพิจารณาในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์เตรียมลงนามคำสั่งแต่งตั้งจากร่างเสนอคำสั่งในวันที่ 27 เมษายน
คณะกรรมการลงพื้นที่แดน 10
เมื่อมีการลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คณะกรรมการจะลงพื้นที่ไปยังแดน 10 ของเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูลโดยตรงจากนายเชาวลิต เพื่อให้ความเป็นธรรมจากกรณีที่เขารู้สึกว่าถูกกระทบสิทธิผู้ต้องขัง โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวางจะให้การสนับสนุนข้อมูลแก่คณะกรรมการ
การแอบบันทึกเสียงละเมิดกฎเรือนจำ
สำหรับคลิปเสียงสนทนาระหว่างญาติและนายเชาวลิตขณะเยี่ยมญาติทางวิดีโอคอลไลน์ ตรวจสอบพบว่าเป็นการที่ญาติลักลอบแอบบันทึกเสียงออกมาเผยแพร่ โดยปกติห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางบางขวางมีเครื่องคอมพิวเตอร์ 16 เครื่องสำหรับให้ผู้ต้องขังเยี่ยมญาติออนไลน์ ผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับความเป็นส่วนตัวด้วยการใส่หูฟังขณะสนทนา และมีผู้คุมคอยเดินตรวจตราความเรียบร้อย หากพบว่ามีการนัดแนะแอบส่งของผิดกฎหมายหรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะตัดสัญญาณทันที
อย่างไรก็ตาม การที่ญาตินายเชาวลิตแอบบันทึกเสียงสนทนาออกมาเผยแพร่ถือเป็นการละเมิดกฎของเรือนจำที่ห้ามบันทึกภาพและเสียง แต่การที่เรือนจำจะงดเยี่ยมญาติในส่วนของนายเชาวลิต ปรับลดชั้น ย้ายแดนขังทันที หรือดำเนินคดีอาญากับญาตินั้น อาจยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพราะโดยปกติหากเกิดเหตุการณ์ละเมิดกฎ จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นเรือนจำก่อน และยิ่งในกรณีข้อร้องเรียน 3 ประเด็นของนายเชาวลิต ก็ต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงนามแต่งตั้งก่อน จึงจะมีคำสั่งหรือมาตรการต่อการเยี่ยมญาติของนายเชาวลิตต่อไป
เจ้าหน้าที่บกพร่องลืมส่งเอกสาร
กรณีที่นายเชาวลิตอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางกลั่นแกล้งไม่ส่งเอกสารเรื่องการต่อสู้คดีที่สามารถยื่นฎีกาได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่จริง เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่ลืมส่งเอกสารแจ้งแก่นายเชาวลิต ส่งผลกระทบต่อสิทธิของเขาโดยตรง ขณะนี้เรือนจำได้แก้ปัญหาโดยส่งเอกสารหารือกับศาลฎีกาเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอการตอบกลับ นอกจากนี้ ทางเรือนจำยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย
สาเหตุเครียดและขอย้ายเรือนจำ
สำหรับประเด็นที่นายเชาวลิตประสงค์ย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวางไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ผลการตรวจสอบจากเรือนจำกลางบางขวางรายงานว่า นายเชาวลิตมีพฤติกรรมสร้างตัวเป็นอิทธิพลในแดน มีปากเสียงทะเลาะกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่น และทำร้ายร่างกายเพื่อนผู้ต้องขังด้วยการเตะ ทำให้เขาถูกลงโทษแยกขังที่แดน 10 จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดจากการถูกควบคุมเข้มงวด และเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งตัดสิทธิเรื่องยื่นอุทธรณ์ฎีกา แต่ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าบกพร่องเรื่องการแจ้งเอกสารจริง แต่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน เพราะมีเอกสารจำนวนมาก เมื่อรวบรวมไว้จึงลืมว่าฉบับใดเป็นขั้นตอนใดของผู้ต้องขังรายใด
แนวโน้มย้ายซุปเปอร์แม็ก
ส่วนจะอนุญาตให้นายเชาวลิตย้ายเรือนจำหรือไม่นั้น ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติก่อน เพราะพฤติกรรมของนายเชาวลิต หากต้องย้ายเรือนจำ ก็ต้องไปคุมขังในเรือนจำระดับซุปเปอร์แม็ก หรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เช่น เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา เรือนจำกลางระยอง จ.ระยอง หรือเรือนจำกลางพิษณุโลก จ.พิษณุโลก เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ต้องขังที่กระทำผิดวินัยในเรือนจำทั่วไปมักถูกส่งมาที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งถือเป็นเรือนจำที่เข้มงวดในการดูแลสวัสดิภาพและพฤติกรรมของผู้ต้องขังอยู่แล้ว
ระหว่างนี้ นายเชาวลิตจะยังอยู่ในความดูแลของเรือนจำกลางบางขวางเช่นเดิม และย้ำว่าเขาจะไม่ถูกเพ่งเล็งจากการเรียกร้องและร้องเรียนอย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ผู้คุมมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกรายให้ประพฤติตนอยู่ในระเบียบของราชทัณฑ์



