ตำรวจจับกุมอดีตนาวิกโยธิน มือปืนรายสุดท้ายในคดียิงรถ สส.กมลศักดิ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน มือปืนรายที่ 5 ในคดียิงรถยนต์ของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
ผู้ต้องหายอมรับสารภาพแต่ยังไม่ซัดทอดผู้จ้างวาน
จากการสอบสวน ร.อ.วิโรจน์ ให้การรับสารภาพว่ายิงจริง แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้จ้างวาน โดยผู้ต้องหารายอื่นๆ ในขบวนการก็ให้การขัดแย้งกันและโยนความรับผิดชอบไปมา เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาความจริงในประเด็นนี้
คดีนี้มีผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด 5 ราย โดยตำรวจจับกุมได้แล้ว 4 รายก่อนหน้านี้ ได้แก่ นายสมพร ลังเดช ผู้ประสานงานและชี้เป้า นายอาลาวี อาแว คนขับรถ นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ และนายธนภัทร วัฒนภิญโญ มือปืนอีกราย การจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.37 น. ของวันที่ 23 เมษายน 2569 บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ในตำบลหนองลู อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่เขาจะหลบหนีข้ามแดน
เหตุการณ์ยิงรถส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส
เหตุยิงรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ เกิดขึ้นโดยคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งเป็นยานพาหนะสังกัด กอ.รมน. จังหวัดนราธิวาส และใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุโดยเร็วตั้งแต่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามลำดับจนครบ และมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เส้นทางการหลบหนีและประวัติผู้ต้องหา
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร. ระบุว่า หลังได้รับคำสั่งติดตามนายวิโรจน์ ทราบว่าเขาหลบหนีจากจุดเกิดเหตุในจังหวัดนราธิวาสไปยังจังหวัดตรัง พังงา ราชบุรี และกาญจนบุรี โดยมีการพักโรงแรมและรีสอร์ตก่อนจะพยายามหนีข้ามฝั่งไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ประสานงานกับตำรวจภูธรภาค 7 สืบนครบาล และกองกำลังทหารเพื่อจับกุมได้สำเร็จ
สำหรับประวัติ ร.อ.วิโรจน์ เคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนเถื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมาก่อน และหลังกลับจากทำงานต่างประเทศกับองค์การสหประชาชาติเป็นเวลา 16 ปี เขาไม่มีงานทำและไปอาศัยอยู่กับนายสมพร ซึ่งช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ
คดีนี้ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีรวม 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหรือหมู่บ้าน และร่วมกันใช้อาวุธปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้กระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหาส่งให้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสเพื่อดำเนินคดีต่อไป



