ตำรวจควบคุมตัวมือปืนลอบยิง สส.นราธิวาส ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ เผยรับสารภาพก่อเหตุจริง
วันนี้ (23 เมษายน 2569) เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคนสำคัญซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืนในคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส จากพรรคประชาชาติ ได้สำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา บริเวณบ้านพักของเหยื่อ
จับกุมได้ขณะเตรียมหลบหนีผ่านชายแดนกาญจนบุรี
การจับกุมเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ต้องหากำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณแนวชายแดนอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเข้ามาพักอาศัยอยู่กับนายสมพร ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ชี้เป้าหมาย เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนก่อนก่อเหตุ เชื่อว่าได้รับคำสั่งจากนายสมพรอีกทอดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ประเด็นการจ้างวานหรือผู้สั่งการยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ เนื่องจากคำให้การของผู้ต้องหาแต่ละคนยังไม่สอดคล้องกัน จำเป็นต้องสอบสวนให้ครบถ้วนก่อน
ติดตามจับกุมหลังหลบหนีผ่านหลายจังหวัด
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้หลบหนีจากจังหวัดนราธิวาสไปยังจังหวัดตรัง พังงา และราชบุรี ก่อนเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยพักตามโรงแรมและรีสอร์ต ชุดสืบสวนพบเบาะแส จึงประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามจับกุม
ในที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ พร้อมตรวจยึดเงินสดจำนวน 4,500 บาท จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยรับราชการทหาร ก่อนลาออกไปทำงานต่างประเทศนานกว่า 16 ปี และเพิ่งเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ได้ประกอบอาชีพ ก่อนจะมาอาศัยอยู่กับนายสมพร อีกทั้งยังเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดระยอง
ควบคุมตัวผู้ต้องหาครบขบวนการ เร่งคลี่ปมผู้บงการ
พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้งขบวนการแล้ว ทั้งผู้ชี้เป้า มือปืน คนขับรถ และผู้ทำลายพยานหลักฐาน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ รวมไปถึงอาวุธและยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ หลังจากสอบปากคำที่ศูนย์สืบนครบาล จะควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ ไปจังหวัดนราธิวาสเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมมอบหมายให้ตำรวจภูธรภาค 9 รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด
คดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยตำรวจเร่งหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจและผู้บงการเบื้องหลัง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างสมบูรณ์และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง



