ญาติเร่งตามหา 'ทัศนีย์' หญิงไทยชาวเพชรบูรณ์ หายตัวปริศนาในลาวเกือบ 4 เดือน
ญาติและครอบครัวยังคงติดตามหา น.ส.ทัศนีย์ หรือ แอน หญิงไทยชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ขาดการติดต่อหลังเดินทางไปเที่ยวประเทศลาวพร้อมกับสามีชาวต่างชาติ เมื่อปลายปี 2568 ขณะที่สามีเดินทางกลับประเทศไทยเพียงลำพังและปฏิเสธการให้ข้อมูลใดๆ ก่อนจะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาทันทีในวันนี้ (22 เมษายน 2569) สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ใกล้ชิดอย่างมาก
ความเคลื่อนไหวสุดท้ายและพฤติกรรมน่าสงสัยของสามี
ความเคลื่อนไหวสุดท้ายของ น.ส.ทัศนีย์ คือการโพสต์คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง วังเวียง ในประเทศลาว แม้จะเป็นคลิปแสดงการเดินทางท่องเที่ยว แต่พี่สาวของเธอปักใจเชื่อว่า น.ส.ทัศนีย์ ขาดการติดต่อเนื่องจากอาจถูกฆาตกรรม เนื่องจากเธอกับนายจอร์จ ซึ่งเป็นสามี มักมีปากเสียงกันรุนแรงบ่อยครั้ง แม้จะคบหากันมานานเกือบ 20 ปี แต่ในช่วง 3-4 ปีหลังมานี้ นายจอร์จมีพฤติกรรมรุนแรงมากขึ้น โดยล่าสุดเคยเผาบ้านพักของทั้งคู่
ทั้งคู่เดินทางเข้าสู่ประเทศลาวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ในระหว่างนั้นยังสามารถติดต่อกันได้ตามปกติ และ น.ส.ทัศนีย์ มักจะโพสต์คลิปวิดีโอท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียเป็นระยะๆ โดยคลิปแรกหลังข้ามไปลาว เธอโพสต์เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม และโพสต์ต่อเนื่องทุกวันจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏภาพของสามีในคลิปวิดีโอใดๆ เลย ซึ่งสร้างข้อสงสัยให้กับญาติ
ญาติพยายามสอบถามแต่ได้คำตอบคลุมเครือ
ญาติพยายามติดต่อสอบถามนายจอร์จเกี่ยวกับสถานะของ น.ส.ทัศนีย์ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีข้อสงสัยหลายประเด็น โดยนายจอร์จอ้างว่า น.ส.ทัศนีย์ ไปเที่ยวต่อกับเพื่อน ทำให้เขาต้องกลับมาประเทศไทยเพียงลำพัง เมื่อญาติสอบถามเพิ่มเติม เขากลับปฏิเสธการให้ข้อมูล และยังบอกให้ญาติติดต่อผ่านทนายความเท่านั้น ประเด็นสำคัญที่ทำให้ญาติสงสัยมากขึ้นคือ นายจอร์จเคยบอกกับเพื่อนว่า "ไม่ได้มาเมืองไทย" ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่เขาเดินทางกลับ
หลังจากติดต่อน้องสาวไม่ได้นาน 7 วัน พี่สาวของ น.ส.ทัศนีย์ ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งติดตามหาความจริง ครอบครัวยังได้ลงพื้นที่ติดตามหา น.ส.ทัศนีย์ ในประเทศลาว พร้อมกับ มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือในกรณีคนหาย
เบาะแสจากรถเช่าและข้อมูล GPS ที่น่าสนใจ
ในการลงพื้นที่ติดตามหา พบเบาะแสของรถเช่าที่ทั้งคู่เช่าขับระหว่างเดินทางในประเทศลาว ข้อมูล GPS จากรถคันดังกล่าวบันทึกการเดินทาง แต่มีระยะเวลาเก็บข้อมูลเพียง 30 วันเท่านั้น ซึ่งขณะนี้มูลนิธิกระจกเงาอยู่ระหว่างประสานขอกู้คืนข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการ GPS
เบื้องต้น ทางมูลนิธิได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทรถเช่าว่า ในช่วงที่รถถูกเช่าไป มีการจอดต้องสงสัย โดยจอดในที่รกร้างริมแม่น้ำโขงนานกว่า 40 นาที ซึ่งอาจเป็นจุดสำคัญในการสืบสวนคดีนี้ต่อไป ญาติและมูลนิธิยังคงเร่งมือตามหาเบาะแสเพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายปริศนาการหายตัวของ น.ส.ทัศนีย์ ให้เร็วที่สุด



