“ไต๋นู” ค้ายาไอซ์กลางทะเล “ปวีณา” ตามคดีหมากัดเด็ก คู่กรณีปฏิเสธไม่ใช่เจ้าของ
“ไต๋นู” ค้ายาไอซ์กลางทะเล “ปวีณา” ตามคดีหมากัดเด็ก

“ไต๋นู” ค้ายาไอซ์กลางทะเล “ปวีณา” ตามคดีหมากัดเด็ก คู่กรณีปฏิเสธไม่ใช่เจ้าของ

หนังสือพิมพ์รายงานข่าวคดีสำคัญหลายเรื่องในวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีประเด็นเด่นคือคดี “ไต๋นู” ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดประเภทไอซ์กลางทะเล ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนและดำเนินคดีอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คดีหมากัดเด็กและปฏิเสธของคู่กรณี

ในส่วนของคดีหมากัดเด็กนั้น “ปวีณา” ได้เข้ามาตามสืบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม คู่กรณีในคดีได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ใช่เจ้าของสุนัขที่ก่อเหตุ ทำให้การสืบสวนต้องขยายวงและตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อหาความจริง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า “หมากัดเด็ก” ในคดีนี้ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะและส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็กและประชาชนทั่วไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คดีอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หนังสือพิมพ์ยังได้นำเสนอคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คดี “หมวดโจ้สร่าง” ที่ปิดปากเงียบและคัดค้านการประกันตัว ส่งผลให้ผู้ต้องหาถูกฝากขังและส่งเข้าเรือนจำทันที รวมถึงคดี “สมภารหายตัว” ที่หายไปกว่า 1 เดือนพร้อมเงินจำนวนแสนบาท โดยอดีตภรรยาเชื่อว่าถูกฆาตกรรม และมีการล่าตัวโชเฟอร์รถแอปที่อาจเกี่ยวข้อง

วิกฤติสภาพอากาศและข่าวเศรษฐกิจ

ด้านสภาพอากาศ หนังสือพิมพ์เตือนถึงวิกฤติ “พายุซ้อนพายุ” ที่ทำให้อากาศดุเดือดและส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ ขณะที่ข่าวเศรษฐกิจมีรายงานว่าดัชนีเชื่อมั่นไทยฟื้นตัวและติดท็อปโลก พร้อมกับข่าวจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ยกย่องศิษย์เก่าดีเด่น 12 คน และ “เอกนิติ” ที่คว้ารางวัลศิษย์เก่าเกียรติยศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สุดท้าย คอลัมน์หนังสือพิมพ์ยังวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจด้วยประโยค “รัฐอยู่ได้แต่ประเทศอยู่ยากคาบลูกคาบดอก” ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในปัจจุบัน