ลุงวัย 71 ใช้จอบตีหัวเพื่อนบ้านวัย 63 ดับ หลังถูกดูหมิ่นว่า 'ไอ้คนจน' นาน 2 ปี
เกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่บ้านสารภี ตำบลสี่เหลี่ยม อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อลุงวัย 71 ปี ใช้จอบตีหัวเพื่อนบ้านวัย 63 ปีจนเสียชีวิต หลังถูกดูหมิ่นด้วยคำพูดเหยียดหยามว่า "ไอ้คนจน" หรือ "ตระกูลคนจน" มานานกว่า 2 ปี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน สร้างความตกตะลึงให้กับชุมชนและสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง
ผู้ใหญ่บ้านเผยเบื้องหลังความขัดแย้งที่สะสมมานาน
นายวิเชียร พุทธชาติ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลสี่เหลี่ยม ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุของเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ว่า ทั้งสองฝ่ายมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันมานานกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยการใช้คำพูดด่าทอผู้ก่อเหตุในขณะที่เมาสุราแทบทุกครั้ง ผู้ใหญ่บ้านระบุว่าเคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ก่อเหตุหลายครั้ง และได้พยายามเข้าไปเจรจาเพื่อขอให้ผู้เสียชีวิตหยุดการใช้คำพูดที่สร้างความรำคาญและหมิ่นประมาท แต่ผู้เสียชีวิตไม่เคยเชื่อฟัง ยังคงตะโกนด่าด้วยคำเดิมๆ เป็นประจำทุกครั้งที่เมา
เหตุการณ์วันเกิดเหตุ: จากคำด่าถึงการสูญเสีย
ในวันเกิดเหตุ นายประยูน ผู้เสียชีวิต ได้เมาสุราและตะโกนด่านายเลียบ ผู้ก่อเหตุ อีกครั้งหนึ่ง ทำให้นายเลียบซึ่งคาดว่าโมโหสุดขีด เดินเข้าไปเพื่อถามเรื่อง แต่กลับถูกผู้เสียชีวิตคว้าจอบจะมาทำร้าย ส่งผลให้เกิดการแย่งจอบกันขึ้น เนื่องจากนายเลียบไม่ได้เมา จึงได้เปรียบและสามารถใช้จอบตีศีรษะนายประยูนหลายครั้งจนเสียชีวิตในที่สุด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจปะทุขึ้นจากความขัดแย้งเล็กๆ ที่สะสมมานาน
หลานสาวผู้เสียชีวิตยอมรับแต่เห็นว่าการกระทำรุนแรงเกินไป
ด้านหลานสาวของผู้เสียชีวิต อายุ 26 ปี ได้ออกมายอมรับว่า ลุงของเธอในเวลาที่เมามักจะตะโกนด่านายเลียบเป็นประจำ โดยใช้คำพูดดูถูก ดูหมิ่น และบางครั้งลามไปถึงบุพการีด้วย อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าการกระทำของนายเลียบที่ใช้จอบตีจนลุงของเธอเสียชีวิตนั้น รุนแรงเกินไปและไม่สมควร แม้ว่าจะมีสาเหตุมาจากการถูกกระทำทางวาจามาก่อนก็ตาม
สังคมตั้งคำถามกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในชุมชน
เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลมีเดีย โดยหลายคนตั้งคำถามถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในลักษณะนี้ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำในสังคมไทย โดยเฉพาะในชุมชนที่มีความขัดแย้งสะสม ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์แนะนำว่า ควรมุ่งเน้นการสร้างกลไกไกล่เกลี่ยและให้คำปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเล็กน้อยลุกลามกลายเป็นโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก



