นายก อบจ.ปทุมธานี ตั้งรางวัล 50,000 บาท ให้เบาะแสคนร้ายหนีจับกุมที่ลาดหลุมแก้ว
นายก อบจ.ปทุมธานี ตั้งรางวัล 50,000 บาท ให้เบาะแสคนร้าย

นายก อบจ.ปทุมธานี ตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ให้เบาะแสคนร้ายหนีจับกุมที่ลาดหลุมแก้ว

ในเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หรือ บิ๊กแจ๊ส ได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับเบื้องต้น 50,000 บาท สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัว นายนพรัตน์ หรือ แอล คนร้ายที่ก่อเหตุยิงใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัยบนมอเตอร์เวย์สาย 7 จังหวัดชลบุรี และหนีกลับมาซ่อนตัวในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี พร้อมย้ำว่าหากผู้ต้องหาต้องการมอบตัว จะรับรองความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่

ความพยายามเกลี้ยกล่อมและลดความตึงเครียดในพื้นที่

เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นอื่นๆ ได้เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่นายนพรัตน์ เพื่อพูดคุยให้กำลังใจและประสานทางญาติในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวโดยเร็วที่สุด นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า "ตอนนี้ประชาชนกำลังแตกตื่นกัน เนื่องจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็นคนปทุมธานี โดยเฉพาะพื้นที่ลาดหลุมแก้ว มีผู้ปกครองสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก กลัวว่าถ้าลูกไปโรงเรียนจะมีการทำร้ายเด็ก" เขายังเน้นย้ำว่า หากผู้ต้องหาติดต่อมาเพื่อมอบตัว เขาพร้อมที่จะยืนยันความปลอดภัยและเดินทางไปรับตัวด้วยกัน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการควบคู่ไปด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนติดตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในส่วนของข่าวลือที่ว่าผู้ต้องหาเอาปืนขู่เด็กในโรงเรียนนั้น นายก อบจ.ปทุมธานี ชี้แจงว่าไม่ทราบที่มาของข่าว และพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เป็นการดีที่ประชาชนเฝ้าระวังไว้ก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แม่ผู้ก่อเหตุเปิดใจถึงสาเหตุความขัดแย้ง

ด้าน มารดาของนายแอล อายุ 66 ปี ได้เปิดเผยถึงชนวนเหตุความขัดแย้งว่า ลูกชายมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปมากเนื่องจากปัญหาเรื่องเงินและยาเสพติด เธอเล่าว่า "ลูกชายเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะปัญหาเรื่องเงินและยาเสพติด มีพฤติกรรมลักขโมยเงินพ่อแม่ ที่บ้านทะเลาะกันทุกวันเรื่องเงิน" โดยเธอซึ่งมีอาชีพทำสวน มักเก็บเงินสดไว้ที่หัวนอนเป็นมัดๆ มัดละแสนบาท แต่เงินกลับหายไปบ่อยครั้ง โดยลูกชายแอบชักออกไปทีละหมื่นสองหมื่นบาท

นอกจากนี้ เธอยังเผยว่า ลูกชายยอมรับกับตนเองว่าเสพยา เพราะต้องการนั่งอยู่ดึกๆ เพื่อเฝ้าดูว่าภรรยาทำอะไร เนื่องจากเขารู้ว่าภรรยาเล่นพนันและระแวงว่าจะแชตคุยกับผู้ชายคนอื่น "พอยาเข้าปากบวกกับความระแวงเรื่องชู้สาว เขาก็จะเสียใจและลงมือซ้อมเมียตีกันเป็นประจำ" มารดาเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ชลบุรีเกิดจากอารมณ์โมโหที่สะสมมาจากเรื่องเงิน เรื่องเมีย และฤทธิ์ของยาเสพติด จนควบคุมตัวเองไม่ได้

เธอยังตั้งใจว่าจะเดินทางไปขอ Statement ที่ธนาคารเพื่อดูหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด เนื่องจากลูกชายแอบถ่ายโอนเงินในบัญชีธนาคารออกไปจนหมด โดยเธอทำไม่เป็นและไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ลูกชายมักสั่งให้เงียบตลอด

มาตรการป้องกันและความร่วมมือจากชุมชน

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงแบบที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่มาซ้ำรอยที่ปทุมธานี นายก อบจ.ปทุมธานี ประกาศว่าจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตามล่าตัวผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาทสำหรับเบาะแสใดๆ ที่มีประโยชน์ เขากล่าวย้ำว่า "ถ้าใครสามารถให้เบาะแสที่จะสามารถนำไปสู่การจับกุมได้ ตนตั้งรางวัลเบื้องต้น 50,000 บาท ให้เบาะแสมา จะตามล่าให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบหาดใหญ่มาเกิดขึ้นที่ปทุมธานี"

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว ยังคงปูพรมล่าตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักของเหตุการณ์นี้มาจากความขัดแย้งในครอบครัวและการทะเลาะกับภรรยา ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของมารดาผู้ก่อเหตุ ความร่วมมือจากชุมชนและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ให้สงบลงโดยเร็ว