ตำรวจภูธรภาค 7 เร่งล่าชายชิงทอง 46 บาทในห้างนครปฐม หลังก่อเหตุยิงปืนขู่หนี
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกระจายกำลังปูพรมทั่วจังหวัดนครปฐม เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุชิงทองคำน้ำหนักรวม 46 บาทในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยความคืบหน้าล่าสุดระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี
รายละเอียดเหตุการณ์ชิงทองในห้างสรรพสินค้า
ชายคนดังกล่าวก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเขาสวมหมวกกันน็อกเพื่อปิดบังใบหน้าและใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่พนักงานภายในร้าน จากนั้นปีนขึ้นไปบนตู้กระจกเพื่อคว้าถาดสร้อยคอทองคำน้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น รวมน้ำหนัก 46 บาท มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท ใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมมา โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1 นาทีเท่านั้น
หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 3 นัดเพื่อเปิดทางออกจากห้างสรรพสินค้า และขี่รถจักรยานยนต์สีเทา-ดำที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม คาดว่า ผู้ก่อเหตุอาจมาดูลาดเลาสถานที่ก่อนลงมือ เนื่องจากก่อเหตุหลังจากตำรวจสายตรวจเพิ่งออกตรวจพื้นที่ได้เพียง 10 นาที
คำเตือนจากตำรวจและเส้นทางหลบหนี
ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนไม่ให้สวมหมวกกันน็อกเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากอาจเป็นพฤติกรรมที่ใช้เพื่อปกปิดตัวตนในการก่อเหตุอาชญากรรม จาการตรวจสอบเส้นทางหลบหนีเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทางกรุงเทพมหานคร ก่อนจะเลี้ยวขวายูเทิร์นกลับและมุ่งหน้าไปทางจังหวัดราชบุรี ทำให้การติดตามเป็นไปได้ยากขึ้น
การสั่งการเร่งติดตามจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดและกระจายกำลังทั่วจังหวัดนครปฐม เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดและพยานบุคคล เพื่อไขคดีนี้ให้ชัดเจนและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย



