ตำรวจจับกุมโจรเดี่ยวชิงทองกว่า 3.5 ล้านบาทในห้างนครปฐม อ้างเหตุผลจากหนี้พนันออนไลน์
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม โดยสามารถยึดทองรูปพรรณได้ทั้งหมด 23 เส้น มูลค่ารวมกว่า 3.5 ล้านบาท พร้อมอาวุธปืนและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
รายละเอียดการสืบสวนและจับกุม
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เมื่อคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปในร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า สาขานครปฐม กวาดทองเส้นละ 2 บาทไปจำนวน 23 เส้น ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้บูรณาการกำลังสืบสวน โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากห้างสรรพสินค้าและตามถนนสายต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ในขั้นต้นไม่พบร่องรอยที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ขยายการตรวจสอบไปยังรัศมี 50 กิโลเมตร และขอความร่วมมือจากตำรวจพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัยที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคนร้าย ขับขี่รถจักรยานยนต์สีเทาดำวนเวียนในเส้นทางจากถนนเพชรเกษม ผ่านอำเภอนครชัยศรี เข้าสู่จังหวัดราชบุรี และกลับมายังตัวเมืองนครปฐมอีกครั้ง โดยแวะพักทานอาหารที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัด
การตามล่าและค้นพบของกลาง
จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ ตำรวจพบว่าผู้ครอบครองรถคือ นายสมชาย ชุ่มหิรัญ อายุ 55 ปี อาศัยอยู่ที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ชุดสืบสวนจึงส่งสายไปซุ่มตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว และพบว่านายสมชายเดินอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับรถจักรยานยนต์สีเทาดำจอดอยู่ใต้ถุนบ้าน
ตำรวจได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในบ้านในวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. และพบของกลางสำคัญหลายชิ้น ได้แก่
- เสื้อลายสก๊อตสีขาวดำแขนยาวที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
- อาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระเป๋าปืน
- รองเท้าและหมวกกันน็อคที่ใช้ในการก่อเหตุ
- ทองรูปพรรณ 23 เส้น ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระป๋องน้ำมันเครื่องใต้เตียงนอน
ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เมื่อตำรวจนำลายนิ้วมือจากที่เกิดเหตุไปตรวจสอบกับกองวิทยาการภาค 7 ปรากฏว่าตรงกันอย่างสมบูรณ์ ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้และนำมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม
การรับสารภาพและแรงจูงใจ
จากการสอบสวน พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุเองคนเดียว โดยก่อนหน้านี้ได้มาดูลาดเลาร้านทองในห้างสรรพสินค้าเป็นเวลา 1 วัน และพบว่าร้านทองออโรร่าไม่มียามรักษาการณ์เหมือนร้านอื่นๆ พนักงานส่วนใหญ่เป็นหญิง และในช่วงเวลาก่อนปิดร้านก็ไม่มีคนพลุกพล่าน
ผู้ต้องหายังระบุว่า ก่อนก่อเหตุได้ไปทานอาหารปลอบใจที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัด รอจนกระทั่งใกล้ค่ำจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปที่ห้างรอเวลาที่เหมาะสม แม้จะเห็นรถตำรวจมาตรวจเซ็นชื่อ แต่ก็รอจนตำรวจไปหมดก่อนจึงเข้าทำการทันที
สาเหตุหลักที่ผลักดันให้ก่อเหตุคือการเป็นหนี้พนันออนไลน์จำนวนมาก และถูกตามทวงหนี้อีกหลายครั้งเนื่องจากไม่มีเงินไปจ่าย ผู้ต้องหาจึงตัดสินใจชิงทองเพื่อนำไปขายใช้หนี้ให้หมด แต่ยังไม่ทันได้ออกขาย ตำรวจก็สามารถจับกุมได้เสียก่อน
หลังรับสารภาพ ตำรวจได้ตั้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ พร้อมข้อหาอื่นๆ ตามกฎหมาย ผู้ต้องหาไม่ยินยอมเปิดเผยตัวต่อสื่อมวลชนในระหว่างการแถลงข่าว



