ตำรวจบุรีรัมย์รวบหนุ่มวัย 19 ปี ซุกระเบิดสังหารหวังเซอร์ไพรส์แฟนสาวในวันวาเลนไทน์
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายก่อนถึงวันวาเลนไทน์ ซึ่งมักมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นบ่อยครั้งในกลุ่มวัยรุ่น โดยการปฏิบัติการครั้งนี้นำไปสู่การจับกุมชายวัย 19 ปี ที่ซุกซ่อนลูกระเบิดสังหารบุคคลไว้ในบ้านของตน
การกวาดล้างและค้นพบของกลาง
ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.อนันต์ ทองบรรเทิง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสตึก และตามนโยบายของ พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังตรวจสอบพื้นที่อย่างเข้มงวด พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รองผู้กำกับการสืบสวน พร้อมด้วยทีมงาน ได้สืบทราบข้อมูลว่ามีชายคนหนึ่งเก็บอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง
จากการตรวจค้นบ้านของนายธีรพัฒน์ หรือกล้า อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นช่างทำสีรถยนต์ในอำเภอสตึก ตำรวจพบลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารบุคคล รุ่น HDGR 73 ที่ผลิตในประเทศออสเตรีย โดยระเบิดถูกซ่อนอยู่ในกล่องพลาสติกสีชมพูและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทันที เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรสตึกเพื่อดำเนินคดีต่อไป
คำสารภาพและแรงจูงใจที่ผิดปกติ
ในระหว่างการสอบสวน นายธีรพัฒน์ได้ให้การรับสารภาพว่าเขาซื้อลูกระเบิดดังกล่าวมาจากนายวุธ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ในราคา 1,000 บาท เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว โดยเขาอธิบายว่ามีความชื่นชอบในการสะสมอาวุธปืนและลูกระเบิดมาตั้งแต่เด็ก แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาจะใช้ระเบิดทำร้ายใคร เนื่องจากตนเองไม่มีศัตรู
ที่น่าตกใจคือ ผู้ต้องหาระบุว่าเขาวางแผนจะนำลูกระเบิดนี้ไปเซอร์ไพรส์แฟนสาวในวันวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยคบหากันมาได้ประมาณ 1 เดือน เขายอมรับว่าเคยมีลางสังหรณ์ว่าจะถูกจับกุม จึงได้นำระเบิดไปฝากไว้กับรุ่นน้องอายุ 17 ปี ก่อนหน้านี้ แต่ตำรวจยังสามารถตาม线索มาจับกุมได้สำเร็จ
นายธีรพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมอยากฝากถึงแฟนสาวให้รอผมก่อน และขอโทษที่ทำให้เธอต้องกังวล"
ข้อกล่าวหาและขั้นตอนต่อไป
เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหามีนายธีรพัฒน์ในความผิดฐานมีวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประสานงานกับชุดปฏิบัติการทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เพื่อนำลูกระเบิดไปทำลายอย่างปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากพฤติกรรมเก็บสะสมอาวุธสงครามของบุคคล ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุร้ายแรงได้ หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ตำรวจย้ำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสสิ่งผิดกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของสังคมโดยรวม



