จับหนุ่มเมียวาดีลอบตัดไม้พะยูงกลางป่าสงวนแม่วงก์
จับหนุ่มเมียวาดีลอบตัดไม้พะยูงกลางป่าสงวนแม่วงก์

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังจับกุมหนุ่มเมียวาดีลอบตัดไม้พะยูง

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหารได้สนธิกำลังเข้าจับกุมนายอ่อง หรือนายอ่อง (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาวเมียวาดี ประเทศเมียนมา หลังลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

การจับกุมและของกลาง

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีกลุ่มคนลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่วงก์ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะกำลังขนย้ายไม้พะยูงที่ถูกตัดเป็นท่อนออกจากป่า

ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วยไม้พะยูงแปรรูปจำนวน 42 แผ่น ปริมาตรประมาณ 2.5 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าประมาณ 500,000 บาท นอกจากนี้ยังยึดรถยนต์กระบะ 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการกระทำความผิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พฤติการณ์การกระทำผิด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอ่องให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลักลอบตัดไม้พะยูงจริง โดยทำเป็นขบวนการ มีนายทุนชาวเมียนมาว่าจ้างให้มาตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าชายแดนไทย-เมียนมา โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งต่อครั้ง

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ขบวนการตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่วงก์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจับกุมเป็นระยะๆ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้กระทำผิดรายใหม่เข้ามาทำการลักลอบตัดไม้อยู่เสมอ เนื่องจากไม้พะยูงมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดในต่างประเทศ

การดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่วงก์ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอ่อง ในข้อหา "ร่วมกันลักตัดไม้หวงห้าม" และ "ร่วมกันมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะขยายผลการสอบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบตัดไม้ครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ฝากเตือนประชาชนว่าการลักลอบตัดไม้พะยูงเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางธรรมชาติของประเทศ ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะนี้