โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพ "รั้วเพื่อความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา" อย่างแพร่หลาย โดยตั้งอยู่บริเวณหลักเขตที่ 52-54 ฝั่งตรงข้ามเมืองพระตะบองของกัมพูชา ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ภายใต้ความรับผิดชอบของกองทัพไทย การก่อสร้างเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569
คำถามถึงความเป็นไปได้ในการสร้างรั้วถาวรตลอดแนว
ชายแดนไทย-กัมพูชาทางบกมีความยาวประมาณ 798 กิโลเมตร ทำให้เกิดคำถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสร้าง "รั้วถาวร" ในลักษณะนี้ครอบคลุมทุกพื้นที่ หลังเกิดการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา 2 ครั้งในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 ก่อนจะมีการเจรจาหยุดยิงอย่างเป็นทางการ
การปิดด่านการค้าชายแดน
ก่อนหน้านี้ ได้มีการปิดด่านการค้าถาวรในเขตพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว ประกอบด้วยจุดผ่านแดนถาวร 6 แห่ง คือ ด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ, ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์, บ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว, บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี, บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมถึงจุดผ่อนปรน 10 แห่ง ได้แก่ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี, บ้านตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว, บ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว, บ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว, บ้านซับตารี อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี, บ้านบึงชนังล่าง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี, บ้านสวนส้ม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี, บ้านหมื่นดาน ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด, บ้านชมง ตำบลนนทรี อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด และช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวที่ช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และจุดผ่อนปรนปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีนโยบายเปิดด่านการค้าชายแดนแต่อย่างใด
นายกฯ ย้ำไม่มีการเปิดด่านชายแดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ว่า การหารือ 3 ฝ่ายร่วมกับกัมพูชาไม่ได้พูดถึงเรื่องเปิดด่านชายแดนหรือการปักปันเขตแดน ขณะที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ในช่วงปิดถาวร
ความคืบหน้าการก่อสร้างรั้ว
กองทัพไทยได้เดินหน้าสร้างรั้วเพื่อความมั่นคงระหว่างหลักเขตที่ 52-54 ในจันทบุรี ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โดยมีความคืบหน้าแล้ว 20% โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการก่อสร้างบังเกอร์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากยอดเงินบริจาคสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์
แผนการดำเนินงานของกองทัพไทย
กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้จัดทำแผนก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วแนวชายแดนระหว่างหลักเขตที่ 52-59 โดยเริ่มที่หลักเขต 52-54 ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งติดต่อกับอำเภอกอมเรียง จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะก่อสร้างต่อถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทาง 8 กิโลเมตร
ลักษณะของรั้วคอนกรีต
พื้นที่ก่อสร้างรั้วเป็นพื้นที่ราบ มีแนวเขตแดนชัดเจนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา โดยจะมีถนนตรวจการณ์ตลอดแนว รั้วมีความสูง 170 เซนติเมตร ลงเสาเข็มเทคานคอนกรีตอย่างแน่นหนา เว้นระยะห่างระหว่างเสาประมาณ 3 เมตร ใช้เสารวม 900-1,000 ต้น โครงสร้างด้านบนเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปวางสูงจากพื้น 150 เซนติเมตร และด้านบนเสริมตาข่ายเหล็กแข็งแรงสูงอีกประมาณ 20 เซนติเมตร มีลักษณะคงทนถาวร ป้องกันการบุกรุกทำลายหรือลักลอบข้ามแดน รวมถึงการขุดลอดหรือปีนข้าม
ข้อมูลการปักหลักเขตแดน
ข้อมูลจากกองบัญชาการกองทัพไทยระบุว่า การสำรวจและปักหลักเขตแดนระยะทาง 789 กิโลเมตร มีการปักปันเขตแดนแล้ว 74 หลัก โดยเริ่มจากหลักเขตที่ 1 อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และปักต่อไปทางทิศตะวันตกผ่านจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และสิ้นสุดที่หลักเขตที่ 73 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยแต่ละหลักปักตามลักษณะภูมิประเทศธรรมชาติ
เร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน
รายงานจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาระบุว่า เจ้าหน้าที่เร่งก่อสร้างทุกวันให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน หลังจากเริ่มก่อสร้างตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 เพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด แม้เป็นการก่อสร้างในเขตแดนไทย แต่มีทหารกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์บ่อยครั้ง ส่วนการสร้างรั้วชายแดนอาจทำได้ไม่เหมือนกันทุกพื้นที่ เนื่องจากแต่ละจังหวัดชายแดนมีลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน



