กองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ) แจ้งข้อหาลูกชายอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในคดีฆ่าช่างตัดผมเสียชีวิตกลางร้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้สำเร็จ
รายละเอียดคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ลูกชายของอดีต สว. ชื่อดัง หลังก่อเหตุยิงนายบี (นามสมมติ) ช่างตัดผมวัย 45 ปี เสียชีวิตภายในร้านตัดผมย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่ศีรษะจำนวน 2 นัด
จากข้อมูลของพนักงานสอบสวน ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตมีปากเสียงกันเรื่องหนี้สินจำนวน 50,000 บาท ที่ผู้ต้องหาค้างชำระค่าบริการตัดผมเป็นเวลานาน จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทและเหตุยิงดังกล่าว
การจับกุมและดำเนินคดี
ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี พร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของกลาง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากบันดาลโทสะที่ถูกผู้เสียชีวิตทวงหนี้ต่อหน้าลูกค้าคนอื่น
พ.ต.อ. สมชาย ใจดี รองผู้บังคับการกองปราบฯ เปิดเผยว่า "เราได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานบุคคลจำนวน 3 ปาก จนสามารถออกหมายจับและควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ภายใน 24 ชั่วโมง"
ข้อหาและอัตราโทษ
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวที่กองปราบฯ และจะถูกส่งฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ผลกระทบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
นางสาวซี ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า "สามีเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ตอนนี้ลูกสองคนยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่รู้ว่าจะอยู่กันยังไงต่อไป" โดยครอบครัวจะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมและค่าชดเชยจากผู้ต้องหาตามกฎหมาย
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการใช้อาวุธปืนแก้ปัญหาส่วนตัวและการใช้อำนาจของครอบครัวผู้มีอิทธิพล



