เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ผู้ปกครองของเด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา หลังจากบุตรชายถูกเพื่อนร่วมชั้น 2 คน รุมทำร้ายร่างกายภายในห้องเรียน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
สาเหตุจากความขัดแย้งเรื่องเก้าอี้
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กชายผู้เสียหายได้มีปากเสียงกับเพื่อนร่วมชั้นทั้งสองคน เนื่องจากมีการแย่งเก้าอี้กันในห้องเรียน จากนั้นเพื่อนทั้งสองคนได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายเด็กชาย โดยมีการชกต่อยและเตะที่บริเวณศีรษะและลำตัวหลายครั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องเรียนขณะนั้น
นางสาวเอ (นามสมมติ) มารดาของเด็กชาย เปิดเผยว่า “ลูกชายกลับมาบ้านด้วยสภาพร่างกายบวมช้ำ ใบหน้าฟกช้ำ และมีร่องรอยถูกทำร้ายตามลำตัว เมื่อสอบถามลูกจึงทราบว่าโดนเพื่อนรุมทำร้ายในห้องเรียน ซึ่งเราไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ขึ้นในโรงเรียน”
ผู้ปกครองดำเนินคดีถึงที่สุด
ผู้ปกครองได้นำตัวเด็กชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อบันทึกหลักฐาน และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับเด็กทั้งสองคนในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยไว้จะเกิดเหตุซ้ำอีก
ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ทางโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว และจะดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนที่ก่อเหตุตามระเบียบของโรงเรียน รวมถึงจะเพิ่มมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรงในโรงเรียนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
สถิติความรุนแรงในโรงเรียนน่าเป็นห่วง
จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต พบว่าในปี 2567 มีเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนทั่วประเทศมากกว่า 500 กรณี โดยสาเหตุหลักมาจากการทะเลาะวิวาทและการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง
นางสาวเอ กล่าวทิ้งท้ายว่า “อยากให้โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังกับการป้องกันความรุนแรงในโรงเรียน เพราะเด็กทุกคนควรได้รับความปลอดภัยในการเรียน”



