ตำรวจไซเบอร์นำกำลังบุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “AM08” ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระนอง โดยพบว่ามีการเปลี่ยนโดเมนชื่อเว็บไซต์หลายครั้งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ยังคงใช้ฐานลูกค้ากลุ่มเดิม ส่งผลให้ถูกติดตามจนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
ปฏิบัติการทลายเว็บพนัน AM08
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. และ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.ระนอง โดยมีหมายศาลจังหวัดระนอง ที่ ค.26/2569
จุดตรวจค้นคือบ้านเลขที่ 4/13 หมู่ 3 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นที่พักของ น.ส.ทิพย์ษิวรรณ์ หีตเพ็ง อายุ 24 ปี ชาวระนอง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเราเตอร์อินเทอร์เน็ต 1 เครื่อง
เว็บพนัน AM08 มีสมาชิกกว่า 3.6 หมื่นราย
การสืบสวนก่อนหน้านี้พบว่าเว็บไซต์ “AM08” มีสมาชิกมากกว่า 3.6 หมื่นราย เปิดให้บริการมานานกว่า 2 ปี มียอดเงินหมุนเวียนเฉลี่ย 6 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 72 ล้านบาทต่อปี เว็บไซต์นี้เปิดให้เล่นพนันออนไลน์หลายประเภท เช่น หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล ป๊อกเด้ง และอื่น ๆ อีกมาก โดยมีระบบโอนเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร และสามารถแจ้งถอนเงินผ่านเว็บไซต์ได้โดยตรง รวมถึงมีแอดมินคอยช่วยเหลือและแนะนำการเล่นพนัน
เปลี่ยนโดเมนหลายครั้ง หวังหนีตำรวจ
จากการตรวจสอบทางเทคนิคเชิงลึกพบว่าเว็บพนันนี้มีการปรับเปลี่ยนชื่อโดเมนหลายครั้ง แต่ยังคงใช้ฐานข้อมูลลูกค้ากลุ่มเดิม ซึ่งเป็นการเจตนาปกปิดและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม ก่อนที่จะใช้ชื่อ “AM08” เว็บนี้มียอดหมุนเวียนในระบบนับสิบล้านบาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้นจนนำไปสู่การจับกุม
แอดมินรับสารภาพ ทำงานมา 1 ปี
เบื้องต้น น.ส.ทิพย์ษิวรรณ์ ให้การยอมรับว่าทำงานเป็นแอดมินติดต่อลูกค้าให้กับเว็บพนันนี้มานานกว่า 1 ปี โดยได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่า “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



