นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ชายชาวจีนถูกคนร้ายอุ้มไปเรียกค่าไถ่และถูกฆ่าในประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า ขณะนี้ดีอีได้จับมือกับ 21 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเด็ดขาด
ตั้งศูนย์ปราบปรามบัญชีม้าโดยเฉพาะ
ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามและดำเนินคดีกับผู้ที่เปิดบัญชีม้า รวมถึงเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้บัญชีเหล่านี้ในการรับเงินจากเหยื่อ โดยจะเน้นการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นายประเสริฐกล่าวว่า "เราได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการปราบปรามบัญชีม้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดวงจรทางการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการก่ออาชญากรรม"
ยึดทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทางการสามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้าได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ยึดได้ส่วนใหญ่เป็นเงินสด รถยนต์ และทองคำ ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลจากคดีที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้วกว่า 500 คน โดยหลายคนเป็นผู้ที่เปิดบัญชีม้าให้กับขบวนการ ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ ดีอียังได้ร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาและเมียนมา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานในการติดตามผู้กระทำผิดที่หลบหนีข้ามแดน
มาตรการป้องกันและสร้างความตระหนักรู้
นอกจากการปราบปรามแล้ว ดีอียังได้รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า โดยเน้นย้ำว่า ห้ามเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นใช้โดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดและผู้เปิดบัญชีจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
"เราขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้เปิดบัญชีม้าเพื่อแลกกับค่าตอบแทน เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลืออาชญากรอีกด้วย" นายประเสริฐกล่าวทิ้งท้าย



