เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.3 (แม่แตง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ออน และฝ่ายปกครองอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เข้าจับกุมนายสุรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หลังจากสืบทราบว่ามีการลักลอบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน บริเวณป่าห้วยป่าม่วง ตำบลห้วยแก้ว
การจับกุมและของกลาง
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบนายสุรินทร์กำลังใช้รถแทรกเตอร์ปรับพื้นที่ป่าเพื่อปลูกพืชเกษตร โดยมีพื้นที่บุกรุกประมาณ 100 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมยึดของกลางประกอบด้วย รถแทรกเตอร์ 1 คัน เลื่อยยนต์ 2 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นๆ กว่า 10 รายการ
นายสุรินทร์ให้การรับสารภาพว่าได้บุกรุกพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน โดยอ้างว่าต้องการพื้นที่ทำกินเพื่อปลูกข้าวโพดและพืชไร่ เนื่องจากพื้นที่เดิมของตนไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ออน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออนครั้งนี้ สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและแหล่งต้นน้ำลำธารของอำเภอแม่ออน โดยเฉพาะพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 ที่สำคัญของแม่น้ำแม่ออน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชนโดยรอบ
นายสมชาย (สงวนนามสกุล) หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.3 กล่าวว่า “การบุกรุกป่าในครั้งนี้เป็นความเสียหายที่รุนแรง เพราะป่าบริเวณนี้เป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ การปรับพื้นที่ด้วยรถแทรกเตอร์ทำลายชั้นดินและพืชพันธุ์เดิม ทำให้ต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู”
สถิติการบุกรุกป่าในเชียงใหม่
จากข้อมูลของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ในปี 2566 มีคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดเชียงใหม่รวม 87 คดี พื้นที่เสียหายรวมกว่า 1,200 ไร่ โดยอำเภอแม่ออนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการบุกรุกมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์และใกล้กับชุมชน
เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า การลักลอบบุกรุกป่าส่วนใหญ่เกิดจากการขยายพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชที่สร้างรายได้แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
มาตรการป้องกันและปราบปราม
ทางเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง และใช้เทคโนโลยีโดรนในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า นอกจากนี้ยังมีการประสานความร่วมมือกับชุมชนในการแจ้งเบาะแสการบุกรุกป่า
นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้บุกรุกป่า และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส เพื่อรักษาป่าไม้ของเราไว้”



