ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่หลอกลวงเหยื่อให้โอนเงิน สร้างความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารสำคัญจำนวนมาก
การสืบสวนและจับกุม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากผู้เสียหายหลายรายแจ้งความออนไลน์ว่า ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ โดยอ้างว่ามีหมายจับหรือบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้กับผู้ต้องหา
เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนพบว่าแก๊งนี้มีเครือข่ายในหลายประเทศ ใช้เทคโนโลยีในการปิดบังตัวตน และมีศูนย์ปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะขยายผลจนสามารถจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดน
ของกลางที่ยึดได้
- โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง
- คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 10 เครื่อง
- ซิมการ์ด 50 ซิม
- สมุดบัญชีธนาคาร 30 เล่ม
- เอกสารปลอมแปลงราชการจำนวนมาก
ความเสียหายและผู้เสียหาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 100 ราย ทั่วประเทศ ความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
ตำรวจไซเบอร์ฝากเตือนประชาชนว่า หน่วยงานราชการจะไม่โทรศัพท์แจ้งให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ หากได้รับสายลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 400,000 บาท
เจ้าหน้าที่จะขยายผลไปยังเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามเงินที่สูญเสียไปคืนให้กับผู้เสียหาย
คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของอาชญากรรมไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ตำรวจไซเบอร์ขอให้ประชาชนระมัดระวังและไม่หลงเชื่อคำหลอกลวงของมิจฉาชีพ



