ตร.จับ 3 ผู้ต้องหาหลอกโรงเรียนจัดกิจกรรมแจกซิมฟรี สแกนบัตรเด็ก 200 ชีวิตขายให้แก๊งสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพร้อมกัน 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อทลายขบวนการลักลอบซื้อขายซิมการ์ดโทรศัพท์ข้ามชาติ ซึ่งส่งต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ
ผลการจับกุมและของกลาง
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ได้แก่ น.ส.จิราภรณ์ อายุ 36 ปี ถูกจับตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ที่บ้านเช่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางซิมการ์ดหลายร้อยหมายเลขบรรจุในกล่องพัสดุ น.ส.เบญจมาศ อายุ 29 ปี ถูกจับที่บ้านพัก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และนายปรัชญา อายุ 36 ปี พนักงานขายบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ถูกจับที่บ้านพัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
นอกจากนี้ ยังตรวจค้นบ้านพักเกี่ยวข้องอีก 5 จุด ในอำเภอแม่สายและอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจัดหาซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนในนามผู้อื่น ใช้ข้อมูลบุคคลอื่นกระทำความผิดทางเทคโนโลยี และครอบครองข้อมูลบุคคลเพื่อขายแสวงหาประโยชน์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี และปรับสูงสุด 500,000 บาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ
ที่มาของคดีและวิธีการหลอกลวง
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ตรวจพบความผิดปกติในระบบแจ้งความออนไลน์ พบ 7 หมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกใช้ก่อเหตุหลอกลวง ลงทะเบียนในชื่อเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมิจฉาชีพใช้วิธีปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลอกเหยื่อโอนเงินอ้างเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า
เมื่อสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 17 และ 24 พฤศจิกายน 2568 มีกลุ่มชายหญิง 4 คน อ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายมือถือรายใหญ่ เดินสายเข้าโรงเรียนในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อ้างจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา แต่เบื้องหลังกลับสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเด็กนักเรียนอายุ 8-10 ปี คนละหลายครั้ง เปิดหลายซิมต่อ 1 คน แล้วมอบให้เด็กกลับบ้านเพียง 1 ซิมเท่านั้น ซิมส่วนที่เหลือถูกนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวง
ผลกระทบต่อนักเรียนและโรงเรียน
ด้านนายนิรันดร์ อวรรณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยศาลา เปิดเผยว่า ตอนแรกตนเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา จึงอนุญาตให้จัด แต่กลับพบว่าเด็กบริสุทธิ์กลายเป็นเครื่องมือของแก๊งสแกมเมอร์โดยไม่รู้ตัว ผู้ปกครองและครูเป็นกังวลอย่างมาก ขณะนี้พบเด็กนักเรียนจาก 2 โรงเรียนตกเป็นผู้เสียหายมากกว่า 200 คน และอาจมีโรงเรียนอื่นในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
จากการสืบสวนเชื่อว่าซิมบางส่วนถูกขายข้ามแดนไปยังเครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อระงับหมายเลขทั้งหมดโดยเร่งด่วน และขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป



