ทร.จับชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมือง ยึดมือถือ 270 เครื่อง เผยเครือข่ายจีนเทาทมอดาหลอกลวง-กักตัว
ทร.จับชาวต่างชาติหลบหนี ยึดมือถือ 270 เครื่อง เผยเครือข่ายจีนเทาทมอดา

ทร.จับชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดน ยึดมือถือ 270 เครื่องและซิมการ์ดจำนวนมาก

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ควบคุมตัวบุคคลลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายจำนวน 6 คน ประกอบด้วยชายสัญชาติจีน 5 คน และชายสัญชาติกัมพูชา 1 คน พร้อมอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 270 เครื่อง ซิมการ์ดจำนวนมาก และเงินสดหลายสกุล ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

การจับกุมบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านเนินดินแดง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวให้การว่าเดินทางหลบหนีออกมาจากประเทศกัมพูชา กองทัพเรือยืนยันว่า การควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และได้ส่งตัวทั้ง 6 คนให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว

ทร.เปิดข้อมูลเครือข่ายจีนเทาทมอดา หลอกลวง-กักตัวชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ยังตรวจพบชาวต่างชาติหลบหนีออกจากชุมชนในฝั่งตรงข้าม บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ประเทศกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมชาวเวียดนาม 6 คน ที่หลบหนีออกจากชุมชนชาวจีน ข้ามแนววางกำลัง ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ซึ่งทั้งหมดให้ข้อมูลว่าถูกหลอกลวงมากักขังและบังคับใช้แรงงาน โดยเอกสารเดินทางถูกแก๊งชาวจีนเทายึดไว้และต้องการเดินทางกลับประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

และในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จับกุมชาวจีนอีก 4 คน ที่หลบหนีออกจากพื้นที่เดียวกัน พร้อมให้ข้อมูลว่าถูกบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเบื้องต้น ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาลบาดแผลที่เกิดระหว่างหลบหนี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลด้านการข่าวเพื่อตรวจสอบโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่

โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนรูปแบบการหลอกลวง กักตัว และบังคับใช้แรงงานต่างชาติของกลุ่มธุรกิจสีเทาในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกัน กองทัพเรือจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและบูรณาการกับทุกหน่วยงาน เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ