ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบว่ามีพฤติกรรมหลอกขายบัญชีม้าให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยรับค่าจ้างรายหัว 2,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก
พฤติกรรมการหลอกลวง
นายเอใช้วิธีการหลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยอ้างว่าต้องการจ้างงานหรือให้กู้เงิน แต่ให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารแล้วส่งบัญชีและรหัสให้กับนายเอ จากนั้นนายเอจะนำบัญชีดังกล่าวไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อใช้เป็นบัญชีม้าในการรับโอนเงินจากเหยื่อรายอื่น โดยนายเอจะได้รับค่าจ้างรายหัว 2,000 บาท
การสืบสวนและจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนพบว่านายเอมีพฤติกรรมดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเอ พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ
นายเอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง โดยเริ่มทำมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ได้ค่าจ้างรวมประมาณ 50,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" และ "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
คำเตือนจากตำรวจ
พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การขายบัญชีม้าเป็นความผิดที่มีโทษหนัก และเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมทางไซเบอร์หลายประเภท ประชาชนไม่ควรหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้เปิดบัญชีธนาคารแล้วส่งให้ผู้อื่น หรือรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อขายต่อ เพราะอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำผิด
นอกจากนี้ ประชาชนควรระมัดระวังการทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่โอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารให้กับผู้อื่น หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ตำรวจไซเบอร์



