ตำรวจจับกุม 'โจรหมวกฟาง' ชิงทอง 10 ล้าน สุขุมวิท 50 ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ
จับ 'โจรหมวกฟาง' ชิงทอง 10 ล้าน สุขุมวิท 50 ก่อนหลบหนี

ตำรวจจับกุม 'โจรหมวกฟาง' ชิงทองห้างดังสุขุมวิท 50 ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ

ความคืบหน้าสำคัญในคดีชิงทองห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท 50 เมื่อตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่จังหวัดเชียงราย ขณะกำลังเตรียมตัวหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลังติดตามไล่ล่ามากว่า 3 สัปดาห์เต็ม

ปฏิบัติการไล่ล่าอย่างเร่งด่วน

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งปฏิบัติราชการที่ บช.น. ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ให้เปิดปฏิบัติการ "ไล่ล่าโจรหมวกฟาง" อย่างเต็มรูปแบบ ทีมสืบสวนใช้เวลากว่า 3 สัปดาห์ในการแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายที่พรางตัวด้วยการสวมวิกและใช้วิธีการซับซ้อน

จนกระทั่งวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ทีมงานนำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ร่วมกับ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ตำรวจชุดสืบสวนสืบนครบาล และ สน.พระโขนง ได้ยกทัพขึ้นไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อดำเนินการจับกุม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จับกุมได้ที่เชียงรายก่อนหลบหนี

ตำรวจสามารถบุกรวบตัว นายจะลอ กุ่ยแก้ว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

การจับกุมเกิดขึ้นที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเตรียมตัวหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทองจริง

มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ท้องที่ สน.พระโขนง ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทองคำน้ำหนักประมาณ 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 10 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ สน.พระโขนง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญที่ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศได้ทันเวลา