วิกฤตน้ำมันเอเชีย! 10 ประเทศเร่งมาตรการรับมือสงครามอิหร่าน-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก กดดันเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่เป็นปลายทางหลักถึง 90% ของน้ำมันและก๊าซที่ผ่านช่องแคบนี้ ทำให้หลายประเทศต้องเร่งงัดมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลน
จีน: ห้ามส่งออกน้ำมัน-เร่งนำเข้ารัสเซีย
จีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ได้ออกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันทุกประเภท เพื่อสำรองไว้ใช้ภายในประเทศ พร้อมเร่งนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยอดนำเข้าสูงถึง 2.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 21.4% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่นำเข้าจากอิหร่านลดลงเหลือ 1.03 ล้านบาร์เรลต่อวัน จีนมีคลังสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ 1.3-1.4 พันล้านบาร์เรล รองรับการนำเข้าได้นาน 4 เดือน โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 36 บาทต่อลิตร
ญี่ปุ่น: ระบายน้ำมันสำรอง-อุดหนุนราคา
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันถึง 80% แต่มีคลังสำรองน้ำมันรองรับได้นาน 254 วัน รัฐบาลตัดสินใจระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนและรัฐ รวม 80 ล้านบาร์เรล พร้อมอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินให้อยู่ราว 34-35 บาทต่อลิตร เพื่อควบคุมราคาและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
อินเดีย: กระจายแหล่งนำเข้า-รับผ่อนผันจากสหรัฐฯ
อินเดียได้รับผลกระทบหนักเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ รัฐบาลเร่งกระจายแหล่งนำเข้าเป็น 40 ประเทศ และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น 70% พร้อมได้รับผ่อนผันจากสหรัฐฯ ให้นำเข้าน้ำมันรัสเซียที่ตกค้างกลางทะเลได้ 1 เดือน รวมถึงอุดหนุนส่วนต่างราคาเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 30 บาทต่อลิตร
สิงคโปร์: ปล่อยราคาตามตลาด-ช่วยเหลือครัวเรือน
สิงคโปร์ไม่แทรกแซงราคาน้ำมันโดยตรง ส่งผลให้ราคาผันผวนสูง รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนและครัวเรือนประหยัดพลังงาน พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือครัวเรือน เช่น เงินคืนค่าไฟสูงสุด 14,000 บาท และ Climate Vouchers มูลค่า 10,000 บาท เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 115 บาทต่อลิตร
เวียดนาม: อุดหนุนราคา-ส่งเสริมขนส่งสาธารณะ
เวียดนามใช้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเข้าช่วยอุดหนุน พร้อมลดภาษีบางส่วน รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ และรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงตั้งคณะทำงานด้านความมั่นคงพลังงานเพื่อรับมือความผันผวนในระยะยาว โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 37.79 บาทต่อลิตร
ฟิลิปปินส์: ทยอยปรับราคา-แจกเงินเยียวยา
ฟิลิปปินส์ใช้ระบบเปิดเสรีน้ำมัน ทำให้รัฐมีข้อจำกัดในการควบคุมราคา รัฐบาลบรรลุข้อตกลงกับบริษัทน้ำมันให้ทยอยปรับขึ้นราคาภายใน 2-3 วัน พร้อมเตรียมระงับภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น สั่งข้าราชการทำงานจากที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ และแจกเงินเยียวยา 1,500-3,000 บาท ให้กลุ่มอาชีพขับรถสามล้อ เกษตรกร และชาวประมง โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 62.26 บาทต่อลิตร
ลาว: เพิ่มความถี่ทบทวนราคา-ควบคุมราคาอย่างเป็นทางการ
ลาวเพิ่มความถี่ในการทบทวนราคาน้ำมันจากทุก 7 วัน เป็นทุก 2-3 วัน เพื่อตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น รัฐยังคงควบคุมราคาผ่านการกำหนดราคาอย่างเป็นทางการและกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 49.80 บาทต่อลิตร
กัมพูชา: ตรวจสอบการกักตุน-ลดภาษี
กัมพูชาพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมดและไม่มีโรงกลั่นภายในประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น รัฐใช้มาตรการเข้มข้น เช่น ตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน ลงโทษผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน และลดภาษีเพื่อบรรเทาภาระประชาชน แต่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทำให้ความสามารถในการแทรกแซงมีขอบเขตจำกัด โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 52.78 บาทต่อลิตร
เมียนมา: บังคับสลับวันวิ่ง-ห้ามกักตุนน้ำมัน
เมียนมาออกมาตรการบังคับรถยนต์ส่วนบุคคลสลับวันวิ่งตามเลขทะเบียน (วันคู่-วันคี่) เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง พร้อมกำชับห้ามซื้อน้ำมันมากักตุนเพื่อการเก็งกำไรอย่างเด็ดขาด โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 42.98 บาทต่อลิตร
ศรีลังกา: ลดวันทำงาน-ปันส่วนเชื้อเพลิง
ศรีลังกาปรับลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ โดยให้ทุกวันพุธเป็นวันหยุดราชการ เพื่อสำรองเชื้อเพลิง พร้อมใช้ระบบ "National Fuel Pass" ปันส่วนน้ำมัน โดยรถยนต์ส่วนบุคคลจำกัดที่ 15 ลิตร และรถจักรยานยนต์ 5 ลิตรต่อครั้ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนที่มองว่าปริมาณไม่เพียงพอ โดยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 31.47 บาทต่อลิตร
มาตรการเหล่านี้สะท้อนความพยายามของประเทศในเอเชียในการรับมือวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว



