ทีทีบี (ธนาคารทีเอ็มบีธนชาติ) เปิดตัวนวัตกรรมประกันชีวิตสะสมทรัพย์รูปแบบใหม่ "ttb US Multi Asset Index Principal Protect 15/5" ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนที่ต้องการลงทุนแต่กังวลความผันผวนของตลาด โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากบริษัท QuantCube ในการบริหารพอร์ตลงทุนในตลาดสหรัฐอเมริกา พร้อมการคุ้มครองเงินต้น 100% และสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี
ความท้าทายทางการเงินของวัยทำงาน
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธนบดีธนกิจ และนางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคารและความมั่งคั่งทางการเงิน เปิดเผยว่าวัยทำงานในปัจจุบันมีรายได้ที่มั่นคงแต่จำกัด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้ตระหนักดีว่าการฝากเงินอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเกษียณ แต่กลับกลัวความผันผวนของตลาดและไม่มีเวลาติดตามข่าวสาร ส่งผลให้มนุษย์เงินเดือนน้อยกว่า 1% เข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างแท้จริง
เครื่องมือลดหย่อนภาษีอย่างประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ทั่วไปให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 1-2% ต่อปี ซึ่งไม่เกิดประโยชน์สูงสุดในแง่การลงทุน ทีทีบีจึงร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ พรูเด็นเชียล, ซิตี้แบงก์ และคอนคิวบ์ (QuantCube) พัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้น
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ ttb US Multi Asset Index Principal Protect 15/5 ตอบโจทย์ 3 ด้านหลัก ได้แก่
- สร้างโอกาสเติบโตจากการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ โดยไม่ต้องติดตามสภาวะตลาดด้วยตนเอง
- คุ้มครองเงินต้น 100% ลดความกังวลใจ
- ได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี
โครงสร้างผลิตภัณฑ์กำหนดให้ชำระเบี้ยประกันเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องจนครบ 15 ปี โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 101% ของเบี้ยประกันที่ชำระมา เปิดโอกาสให้เริ่มลงทุนตั้งแต่อายุ 1 เดือนถึง 75 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือแถลงประวัติสุขภาพเพิ่มเติม
กลไกการทำงานของ AI
หัวใจสำคัญคือการกระจายการลงทุนใน 6 สินทรัพย์หลักของตลาดสหรัฐฯ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าโภคภัณฑ์ พันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อ (TIPS) ตราสารหนี้ภาคเอกชน และอัตราแลกเปลี่ยน/สกุลเงิน โดยใช้กลยุทธ์ Long Short Strategy หากระบบประเมินว่าสินทรัพย์ใดมีแนวโน้มลดลง ระบบจะถือครองสินทรัพย์นั้นในสัดส่วนติดลบ ทำให้เมื่อราคาลดลง ผู้ลงทุนกลับได้กำไร
AI จาก QuantCube รวบรวมและประมวลผลข้อมูลทางเลือกกว่า 1.5 หมื่นล้านจุดต่อวัน เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากโซเชียลมีเดีย และปริมาณก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้า 6-45 วัน มีความแม่นยำในการคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ สูงถึง 95% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อแม่นยำ 90%
เมื่อระบบตรวจพบสัญญาณเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ยืนยันตรงกัน 2 วันติดต่อกัน AI จะปรับสัดส่วนการลงทุนทั้งพอร์ตในวันที่ 3 โดยปราศจากอารมณ์มนุษย์
ผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์
ผลิตภัณฑ์นี้มีโครงสร้างคล้ายหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงที่รับประกันเงินต้น 100% โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย และส่วนน้อยซื้อสัญญาสิทธิ (Option) เชื่อมโยงกับผลตอบแทนของดัชนี หากดัชนีทำกำไร ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนโดยนำกำไรสะสมคูณด้วยอัตราการมีส่วนร่วม (Participation Rate) สูงถึง 260% หากดัชนีติดลบ ผู้ลงทุนไม่ต้องรับขาดทุนและได้เงินต้นคืนเต็มจำนวน
ตัวอย่าง: หากซื้อปีละ 50,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี รวม 250,000 บาท สมมติดัชนีได้ 4.00% กำไรสะสมหลัง 15 ปี = 200,225 บาท คูณ 260% ได้ 520,585 บาท รวมเงินคืนเมื่อครบสัญญา 771,585 บาท จากการทดสอบย้อนหลัง โมเดลนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 9.30% ต่อปี
ข้อดีสำคัญคือผลกำไรจากดัชนีผ่านโครงสร้างประกันชีวิตได้รับการยกเว้นภาษี ต่างจากการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงโดยตรงที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ทำให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์ทั้งจากการลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีและการรับผลกำไรเต็มจำนวน
การเข้าถึงและผลตอบรับ
ในอดีตผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีระดับนี้สงวนไว้สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง แต่ทีทีบีเจรจากับพันธมิตรเพื่อปรับโครงสร้างให้รองรับเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 50,000 บาทต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานประจำและมนุษย์เงินเดือนทั่วไปเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือน โดยยังได้รับเอกสารสิทธิลดหย่อนภาษีเต็มจำนวนตั้งแต่ปีแรก
ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดขายมากกว่า 2,000 ล้านบาทภายใน 2 เดือน คิดเป็นกว่า 6 แสนกรมธรรม์ โดยกลุ่มลูกค้ากว่า 80% เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการเครื่องมือวางแผนภาษีและการเกษียณ ธนาคารตั้งเป้าหมายยอดขายรวมประมาณ 8,000 ล้านบาทภายในปีนี้



