สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาน้ำมันพุ่ง ทะลุ 105 ดอลลาร์
สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาน้ำมันพุ่ง 105 ดอลลาร์

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานรายงานปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 ว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ประมาณ 110 วัน ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงติดลบกว่า 62,265 ล้านบาท

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศขยายเวลาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ แต่อิหร่านกลับเผชิญปัญหาภายในรัฐบาล ขณะที่การเผชิญหน้าทางทหารยังคงดำเนินต่อไป อิหร่านได้บุกยึดเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อม ด้านสหรัฐฯ ยืนกรานเดินหน้าปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง พร้อมสั่งกองทัพเรือยิงทำลายเรืออิหร่านที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบ และล่าสุดได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย ภาวะตึงเครียดและข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น โดยราคาปิดวันที่ 23 เมษายน Brent ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Dubai ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 104.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศและการผลิตน้ำมันดีเซล

ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 110 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 25 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 41 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 19 วัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1-22 เมษายน 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 78.15 ล้านลิตร และจำหน่าย 52.10 ล้านลิตร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ราคาขายปลีกน้ำมันและฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมอีก 3 บาทต่อลิตร รวมกับที่ปรับลดไปก่อนหน้า 2 บาท รวมลดลงทั้งสิ้น 5 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2569 การปรับลดค่าการกลั่นดังกล่าวต้องพิจารณาควบคู่กับการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 1.50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 40.20 บาท และดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลไม่มีการปรับราคาขายปลีก โดยแก๊สโซฮอล E20 ยังอยู่ที่ 35.45 บาท แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท และแก๊สโซฮอล 91 อยู่ที่ 42.08 บาทต่อลิตร

เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.03-87.66 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร ขณะที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.48-118.57 บาทต่อลิตร

ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 ติดลบ 62,265.55 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 127.59 ล้านบาท