ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน 50% หากไม่หยุดส่งออกเฟนทานิล
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขู่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 50% หากจีนไม่ดำเนินการหยุดการส่งออกเฟนทานิล ซึ่งเป็นสารเสพติดสังเคราะห์ที่ก่อให้เกิดวิกฤต opioid ในสหรัฐฯ โดยทรัมป์กล่าวว่าจีนต้องรับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของเฟนทานิลที่ทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตจำนวนมาก
ทรัมป์ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า หากจีนไม่หยุดการส่งออกเฟนทานิลภายในวันที่กำหนด สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าจีนจาก 20% เป็น 70% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าหลายประเภท รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และของเล่น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ที่จะยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าจากจีนทั้งหมด และหันไปซื้อสินค้าจากประเทศอื่นแทน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
การขู่ขึ้นภาษีครั้งนี้สร้างความกังวลต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่จีนเป็นศูนย์กลางการผลิต นักวิเคราะห์คาดว่าหากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ จะทำให้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่มีท่าทีตอบโต้อย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้จีนได้ออกมาตรการควบคุมการผลิตและส่งออกเฟนทานิลแล้ว โดยอ้างว่ามีความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการปราบปรามยาเสพติด
วิกฤต opioid ในสหรัฐฯ
เฟนทานิลเป็นสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีนถึง 50-100 เท่า และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐฯ โดยในปี 2023 มีผู้เสียชีวิตจากเฟนทานิลมากกว่า 70,000 ราย รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของไบเดนก็ได้กดดันจีนให้ร่วมมือแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน
ทรัมป์ซึ่งกำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ใช้ประเด็นนี้เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง โดยสัญญาว่าจะปกป้องชาวอเมริกันจากยาเสพติดและฟื้นฟูเศรษฐกิจ



