กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ฤดูร้อนของประเทศไทยในปีนี้มีแนวโน้มจะร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบหลายปีที่ผ่านมา และอาจทำลายสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2559 ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 44.6 องศาเซลเซียสที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สาเหตุของความร้อนที่รุนแรง
ปัจจัยหลักที่ทำให้ฤดูร้อนปีนี้ร้อนจัด เกิดจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบของลมฟ้าอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลกระทบต่อประชาชน
ความร้อนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจเกิดภาวะฮีทสโตรก หรือโรคลมแดดได้ง่าย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
การเตรียมตัวรับมือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงที่สุด เช่น ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับเกษตรกร ควรวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ และเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงที่ขาดแคลน ส่วนนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันความร้อนให้พร้อม



