พาณิชย์นำผู้ส่งออกบุกญี่ปุ่น รักษาตลาดข้าวไทย หวังส่งออก 7 ล้านตัน
พาณิชย์นำผู้ส่งออกบุกญี่ปุ่น รักษาตลาดข้าวไทย หวังส่งออก 7 ล้านตัน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำคณะผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา เพื่อพบปะหารือและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าข้าวของญี่ปุ่น พร้อมทั้งจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยร่วมกับร้านอาหารไทยในญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคข้าวไทยและรักษาส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในญี่ปุ่น

กระชับความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าข้าวญี่ปุ่น

คณะผู้ส่งออกข้าวไทยได้พบกับบริษัทนำเข้าข้าวไทย 4 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับกรมฯ และผู้ส่งออกข้าวไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากข้าวไทยยังคงมีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี รวมทั้งปลอดภัยต่อผู้บริโภคในญี่ปุ่น อีกทั้งสามารถส่งมอบข้าวได้ตามกำหนดเวลาและทันต่อความต้องการของญี่ปุ่นมาโดยตลอด ผู้นำเข้ายืนยันว่าจะยังคงนำเข้าข้าวไทยต่อไป แม้ว่าจะต้องเสียภาษีนอกโควตาประมาณ 341 เยนต่อกิโลกรัม หรือ 68 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ ผู้นำเข้ายังให้ความเห็นว่าความต้องการข้าวไทยในญี่ปุ่นยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น เซมเบ้ โชยุ มิโซะ และเหล้าอาวาโมริ รวมถึงเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและร้านอาหาร ดังนั้นข้าวไทยยังมีโอกาสเติบโตในตลาดญี่ปุ่นอย่างมาก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หารือผู้ผลิตมิโซะรายใหญ่

คณะผู้ส่งออกยังได้หารือกับผู้ผลิตมิโซะรายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งเดิมใช้ข้าวญี่ปุ่นเป็นวัตถุดิบหลัก ต่อมาเห็นว่าข้าวไทยมีคุณสมบัติและรสชาติที่ดีใกล้เคียงข้าวญี่ปุ่น ประกอบกับราคาที่เหมาะสม จึงปรับสูตรมิโซะมาใช้ข้าวไทย ปัจจุบันข้าวไทยเป็นวัตถุดิบหลักสำคัญในการผลิตมิโซะ และผู้ผลิตยืนยันว่าจะยังคงใช้ข้าวไทยต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ญี่ปุ่นเตรียมเปิดประมูลข้าวเมล็ดกลาง-สั้น พฤษภาคมนี้

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวอีกว่า ได้หารือกับอธิบดีกรมผลิตผลการเกษตร กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น (MAFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำหนดปริมาณการนำเข้าข้าวและกำกับดูแลการประมูล โดยฝ่ายญี่ปุ่นแจ้งว่าราคาข้าวในญี่ปุ่นปรับตัวลดลง เนื่องจาก MAFF ได้ทยอยระบายข้าวเมล็ดกลางและเมล็ดสั้นในสต็อกของรัฐออกสู่ตลาด และคาดว่าในเดือนพฤษภาคม MAFF จะเริ่มทยอยเปิดประมูลนำเข้าข้าวเมล็ดกลางและเมล็ดสั้นจากต่างประเทศเพื่อทดแทนสต็อก ฝ่ายไทยได้ขอให้ญี่ปุ่นพิจารณารักษาระดับการนำเข้าข้าวไทยในปริมาณใกล้เคียงกับที่ผ่านมาประมาณ 300,000 ตันต่อปี

กิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทย

กรมฯ ร่วมกับทูตพาณิชย์กรุงโตเกียวจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยหลากหลายชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด และข้าวหอมนิล เพื่อนำเสนอความหลากหลายของข้าวไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล พร้อมสร้างการจดจำเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย

ปัจจุบันญี่ปุ่นนำเข้าข้าวจากต่างประเทศประมาณ 760,000 ตันต่อปี แบ่งเป็นใช้ในอุตสาหกรรม 660,000 ตัน และใช้ในครัวเรือนและร้านอาหาร 100,000 ตัน ไทยส่งออกข้าวไปญี่ปุ่นปีละประมาณ 290,000-300,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 38-39% ของการนำเข้าข้าวของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว ข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิไทย

รองนายกรัฐมนตรีชูนโยบายบูรณาการข้าวไทยทั้งระบบ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประธานเปิดการประชุมสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย โดยมีตัวแทนเกษตรกรจาก 57 จังหวัดกว่า 200 ราย เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะ เชื่อมโยงสู่การกำหนดนโยบายภาครัฐให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริง

นางศุภจีกล่าวว่า ภาคเกษตรโดยเฉพาะข้าวต้องเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานสูง และความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศ สิ่งที่ต้องทำคือการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทั้งระบบ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะปลายน้ำต้องเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งดูแลต้นน้ำ และภาคอุตสาหกรรมกลางน้ำ

ข้อเสนอจากสมาคมชาวนา

รองนายกรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอจากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ประกอบด้วยมาตรการเร่งด่วน 6 ข้อ และมาตรการระยะยาว 5 ข้อ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตร โดยบางเรื่องสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนข้อเสนออื่นจะถูกนำไปประสานกับคณะรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ในส่วนของต้นน้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและผลผลิตสูงขึ้น ปัจจุบันผลผลิตข้าวไทยเฉลี่ย 400-700 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่บางประเทศคู่แข่งผลิตได้ถึง 1,500 กิโลกรัมต่อไร่ จึงต้องเร่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ จัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม โดยทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน

สำหรับกลางน้ำ รัฐบาลมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าข้าวผ่านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) อนุมัติโครงการสนับสนุนชุมชนกว่า 200 แห่งให้เข้าถึงเครื่องมือสำคัญ เช่น เครื่องสีข้าว เครื่องอบ เครื่องบรรจุสุญญากาศ รวมถึงการพัฒนาแบรนด์และการตลาด การแปรรูปช่วยยืดระยะเวลาการจำหน่าย ไม่ให้เกษตรกรต้องขายผลผลิตทันทีในช่วงราคาตกต่ำ

ในส่วนของปลายน้ำ กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการซื้อนำตลาด พัฒนาระบบฐานข้อมูล dashboard ข้าว เพื่อติดตามอุปสงค์-อุปทานแบบเรียลไทม์ ช่วยวางแผนการผลิตและการตลาด จัดตลาดนัดข้าวเปลือกเพื่อเพิ่มการแข่งขันและเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง

เป้าส่งออก 7 ล้านตัน ใช้กลไก G2G

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าปริมาณส่งออกข้าวปี 2569 กว่า 7 ล้านตัน แม้เผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์โลก พร้อมใช้กลไกการค้าระหว่างประเทศ เช่น การขายแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อให้สินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวอยู่ในข้อตกลงการซื้อขาย