ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินประธานาธิบดีไม่มีอำนาจเก็บภาษีศุลกากรตามกฎหมาย IEEPA
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำพิพากษาเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ค.ศ. 1977 หรือ IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว โดยย้ำว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษีเป็นสิทธิขาดของสภาคองเกรสตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
ความเป็นมาของคดีและประเด็นพิจารณาหลัก
คดีนี้เกิดขึ้นจากกรณีที่บริษัท เลิร์นนิ่ง รีซอร์สเซส จำกัด และคณะ ยื่นฟ้องต่อโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และคณะ โดยมีประเด็นสำคัญคือ กฎหมาย IEEPA ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรหรือไม่ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากต่างประเทศ 2 ประการ ได้แก่ การทะลักเข้ามาของยาเสพติดผิดกฎหมายจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งประธานาธิบดีวินิจฉัยว่าเป็นวิกฤตสาธารณสุข และการขาดดุลการค้าที่สูงและเรื้อรัง ซึ่งกระทบต่อฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของอเมริกา
ประธานาธิบดีได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA เพื่อกำหนดภาษีปราบยาเสพติด โดยเก็บภาษีขาเข้าร้อยละ 25 สำหรับสินค้าส่วนใหญ่จากแคนาดาและเม็กซิโก และร้อยละ 10 สำหรับสินค้าจากจีน พร้อมทั้งกำหนดภาษีตอบโต้อย่างน้อยร้อยละ 10 สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศคู่ค้าเพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้า กลุ่มผู้ฟ้องร้องซึ่งประกอบด้วยธุรกิจขนาดเล็กและรัฐต่าง ๆ โต้แย้งว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีดังกล่าว
คำวินิจฉัยและเหตุผลทางกฎหมายของศาล
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยว่า กฎหมาย IEEPA ไม่ได้ ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากร โดยมีเหตุผลทางกฎหมายที่สำคัญดังนี้
- อำนาจตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 1 ส่วนที่ 8 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า สภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจในการกำหนดและจัดเก็บภาษีและอากร ศาลย้ำว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับอำนาจนี้เป็นอย่างมากและไม่ได้มอบอำนาจส่วนใดเลยให้กับฝ่ายบริหาร
- การตีความถ้อยคำในกฎหมาย ฝ่ายรัฐบาลอ้างคำว่า ควบคุม และ การนำเข้า ในกฎหมาย IEEPA เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บภาษี แต่ศาลเห็นว่าคำว่า ควบคุม โดยทั่วไปหมายถึงการจัดระเบียบหรือกำกับดูแล แต่ไม่ได้รวมถึงอำนาจในการจัดเก็บภาษี ศาลชี้ว่าหากสภาคองเกรสประสงค์จะมอบอำนาจในการกำหนดภาษี จะระบุไว้อย่างชัดเจนโดยใช้คำว่า อากร หรือ ภาษีศุลกากร
- หลักเกณฑ์ว่าด้วยคำถามสำคัญ ศาลใช้หลักการที่เรียกว่า Major Questions Doctrine โดยระบุว่าหากประธานาธิบดีอ้างอำนาจที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นวงกว้าง เช่น การกำหนดภาษีที่อาจมีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ประธานาธิบดีต้องสามารถชี้ให้เห็นถึงการมอบอำนาจจากสภาคองเกรสที่ชัดเจน ซึ่งในกรณีนี้ไม่มีความชัดเจนดังกล่าว
- บริบททางประวัติศาสตร์ ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่กฎหมาย IEEPA มีผลบังคับใช้ ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ในการกำหนดภาษีศุลกากรเลย การขาดบรรทัดฐานทางประวัติศาสตร์นี้เป็นข้อบ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเกินกว่าขอบเขตตามกฎหมาย
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำสั่งยืนตามคำพิพากษาเดิมที่ว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจจัดเก็บภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย IEEPA และให้ยกฟ้องในบางส่วนเนื่องจากปัญหาด้านเขตอำนาจศาลของศาลชั้นต้น คำพิพากษานี้ส่งผลกระทบต่อนโยบายการค้าและเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ



