อิหร่านพัฒนายานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) อาวุธใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านพัฒนายานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) อาวุธใหม่

อิหร่านพัฒนายานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) อาวุธใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ

ยานผิวน้ำไร้คนขับ (Unmanned Surface Vehicle - USV) หรือที่เรียกกันว่า "โดรนผิวน้ำ" เป็นเทคโนโลยีทางเรือที่กำลังเปลี่ยนโฉมการปฏิบัติการทางทะเลอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านพลเรือนและการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านที่พัฒนาอาวุธชนิดนี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ

การใช้งานที่หลากหลายของ USV

USV ถูกนำมาใช้ในภารกิจที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์และลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น:

  • การทหารและอาวุธ: ใช้ในการลาดตระเวน (ISR), เฝ้าตรวจ, ปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ (ASW), การกวาดทุ่นระเบิด และการโจมตีแบบฆ่าตัวตาย (Kamikaze USV)
  • งานอุทกศาสตร์และการสำรวจ: ใช้ในการสำรวจแผนที่ใต้น้ำ, วัดความลึก, และเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมทางทะเล
  • การค้นหาและกู้ภัย: สนับสนุนการค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่อันตรายหรือสภาพอากาศเลวร้ายที่เรือมีคนขับเข้าถึงได้ยาก
  • การก่อสร้างและการบำรุงรักษา: สนับสนุนการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานนอกชายฝั่ง เช่น ท่อส่งก๊าซหรือสายเคเบิลใต้ทะเล

ประสิทธิภาพและความสามารถของ USV

ยานผิวน้ำไร้คนขับมีประสิทธิภาพโดดเด่นในหลายด้าน:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ความทนทาน: สามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่าเรือมีคนขับ เนื่องจากไม่ต้องคำนึงถึงความเหนื่อยล้าของลูกเรือและพื้นที่พักอาศัย
  • ความคล่องตัว: มักมีการออกแบบตัวเรือให้มีแรงต้านน้ำต่ำ หรือใช้รูปแบบ SWATH (Small Waterplane Area Twin Hull) เพื่อความเสถียรในสภาวะคลื่นลมแรง
  • ความคุ้มค่า: มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำกว่าเรือรบขนาดใหญ่ และสามารถผลิตได้จำนวนมากในเวลาอันสั้นเพื่อใช้ในกลยุทธ์ "ฝูงโดรน"

ระบบขับเคลื่อนและอาวุธของ USV

เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนของ USV มีความหลากหลาย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ระบบน้ำมัน: ใช้เครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินสำหรับภารกิจที่ต้องการระยะทางไกลและความเร็วสูง
  • ระบบไฟฟ้า/ไฮบริด: ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำหรับภารกิจที่ต้องการความเงียบ หรือใช้แผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มระยะเวลาปฏิบัติการ
  • ระบบขับเคลื่อน: มีทั้งแบบใบพัดทั่วไปและแบบ Waterjet เพื่อความคล่องตัวสูงในน้ำตื้น

ในส่วนของอาวุธ USV รุ่นปัจจุบันถูกพัฒนาให้ติดตั้งอาวุธได้หลากหลายขึ้น เช่น อาวุธโจมตีโดยตรงอย่างปืนกลรีโมท ขีปนาวุธนำวิถี หัวรบระเบิดสำหรับภารกิจพลีชีพ และตอร์ปิโดสำหรับปราบเรือดำน้ำ

อิหร่านกับ USV ในช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านรู้ดีว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งจะต้องเจอกับการโจมตีอย่างหนักหน่วงของอเมริกันและอิสราเอล การเตรียมความพร้อมในด้านอาวุธจึงเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่โดนประเทศมหาอำนาจกดดัน อิหร่านพัฒนาอาวุธหลายชนิดเพื่อเตรียมไว้ต่อกรยามเกิดศึกสงครามกับศัตรู นอกจากขีปนาวุธระยะกลางที่สร้างความเสียหายไปทั่วแดนตะวันออกกลางแล้ว ยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) หรือ "โดรนพลีชีพทางทะเล" ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในภารกิจโจมตีแบบไม่สมมาตร

การโจมตีแบบฝูงผึ้ง ใช้เรือติดอาวุธขนาดเล็กจำนวนมากเข้าจู่โจมหรือแม้แต่พุ่งเข้าชนจนเกิดการระเบิดจากลูกระเบิดแรงสูงที่ติดอยู่ในตัวเรือ โดยมักดัดแปลงจากเรือสปีดโบ๊ทความเร็วสูง นำมาติดตั้งระบบนำทางอัตโนมัติและหัวรบระเบิดแรงสูง

รุ่นหลักของ USV อิหร่าน

ข้อมูลรายละเอียดของรุ่นหลักมีดังนี้:

  • Ya Mahdi (ดัดแปลงจาก Bladerunner 51): เป็น USV รุ่นแรกๆ ที่มีชื่อเสียงของอิหร่าน ออกแบบมาเพื่อการโจมตีด้วยความเร็วสูงและตรวจจับได้ยากด้วยเรดาร์ มีเครื่องยนต์นอกเรือกำลังสูง ความเร็วสูงสุดประมาณ 50-70 นอต ความยาวประมาณ 10 เมตร และบรรทุกระเบิดแรงสูงสำหรับภารกิจพลีชีพ
  • Bavar Series (โดรนจู่โจมผิวน้ำ): ในชื่อ "Bavar" อิหร่านมีการพัฒนาทั้งอากาศยานและยานผิวน้ำ แต่ในส่วนของโดรนจู่โจมขนาดเล็ก (Loitering Munition) ที่ใช้ในลักษณะคล้ายกัน มีรัศมีทำการ 10-15 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุดประมาณ 80 กม./ชม. และหัวรบขนาด 2 กิโลกรัมสำหรับรุ่นขนาดเล็ก

เทคโนโลยี USV ที่ส่งต่อไปยังกลุ่มฮูตี

เทคโนโลยี USV ของอิหร่านที่ส่งต่อไปยังกลุ่มฮูตี (Houthis) ในเยเมน ซึ่งใช้โจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงมีความซับซ้อนสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่ารุ่นที่ก้าวหน้าอาจมีรัศมีทำการไกลถึง 250 ไมล์ทะเล (ประมาณ 460 กิโลเมตร) หากใช้การควบคุมผ่านดาวเทียมหรือ 4G/5G สามารถบรรทุกหัวรบได้หนักกว่า 250 กิโลกรัม และใช้ระบบ GPS ร่วมกับ Inertial Navigation พร้อมกล้อง EO/IR สำหรับการระบุเป้าหมายในระยะไกล

สรุปคุณลักษณะโดยทั่วไป

หัวข้อและรายละเอียดของ USV อิหร่านรวมถึงเครื่องยนต์เบนซินนอกเรือหรือเครื่องยนต์เจ็ท ความเร็ว 35-70 นอต รัศมีทำการตั้งแต่ 10 กม. จนถึง 450+ กม. น้ำหนักบรรทุกตั้งแต่ 2 กก. ถึง 250+ กก. และความยาวตั้งแต่ 1.5 เมตร ไปจนถึง 10 เมตร