ย้อนรอยจุดกำเนิด TOYOTA HILUX รถกระบะมหาชนขวัญใจชาวไทย
TOYOTA HILUX เป็นมากกว่ารถกระบะธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์แห่งความแกร่งและความทนทานที่ฝังรากลึกในสังคมไทย มาพร้อมกับประวัติศาสตร์ยาวนานที่พัฒนาควบคู่ไปกับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
จุดเริ่มต้นจากรุ่นแรกสู่การเป็นที่รู้จัก
ในยุคเริ่มต้นของประเทศไทยช่วงปี 2512 ถึง 2515 เศรษฐกิจยังคงพึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก และโครงสร้างพื้นฐานกำลังถูกพัฒนาอย่างเร่งด่วน รถกระบะในยุคนั้นยังเป็นเครื่องมือทำงานสำหรับหน่วยงานราชการและผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่ TOYOTA HILUX รุ่นแรก RN10 ถูกนำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร กำลัง 77 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยโครงสร้างแข็งแรงและขับขี่นุ่มนวล ทำให้ชื่อนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
การเติบโตและปรับตัวตามยุคสมัย
รุ่นที่สอง RN20 ระหว่างปี 2515 ถึง 2522 เกิดขึ้นในยุคที่ประเทศไทยมุ่งลดความยากจนและส่งเสริมการเกษตร ไฮลักซ์ได้รับความนิยมจากเกษตรกรและผู้ค้าขาย อย่างไรก็ตาม วิกฤตน้ำมันโลกปี 2516 ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มเป็นที่ต้องการ รัฐบาลไทยจึงส่งเสริมการผลิตในประเทศผ่าน BOI โตโยต้าตอบรับด้วยการเริ่มประกอบ Hilux ในไทย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 25%
รุ่นที่สาม RN30 ตั้งแต่ปี 2522 ถึง 2526 รู้จักกันในชื่อ "ซูเปอร์สตาร์ - ม้ากระโดด" นำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลครั้งแรกขนาด 2.2 ลิตร และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเทคโนโลยีป้องกันสนิมที่เพิ่มความทนทาน
การเปลี่ยนผ่านสู่รถครอบครัวและธุรกิจ
รุ่นที่สี่ Hilux HERO ระหว่างปี 2526 ถึง 2533 เกิดขึ้นในยุคที่เศรษฐกิจไทยเริ่มเติบโตจากนโยบายส่งเสริมการลงทุน รถกระบะไม่ใช่แค่รถบรรทุกอีกต่อไป แต่กลายเป็น "รถครอบครัวและธุรกิจ" โตโยต้าแนะนำรุ่น Extra Cab ครั้งแรกเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
รุ่นที่ห้า Hilux MIGHTY-X ตั้งแต่ปี 2533 ถึง 2541 กำหนดนิยามใหม่ของรถกระบะอเนกประสงค์ ในยุคเศรษฐกิจไทยเติบโตก้าวกระโดด ไฮลักซ์กลายเป็นรถคันแรกของหลายครอบครัว และในปี 2535 เริ่มส่งออกครั้งแรกไปยังตลาดอาเซียน โดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 72%
การยกระดับสู่มาตรฐานโลก
รุ่นที่หก Hilux TIGER ระหว่างปี 2541 ถึง 2547 แม้เผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่โตโยต้ายังคงลงทุนในไทย โดยแนะนำไฮลักซ์ไทเกอร์ที่มีดีไซน์หรูหราและโครงสร้างนิรภัย GOA เป็นครั้งแรกที่ส่งออกไปออสเตรเลีย และแนะนำเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล D-4D
รุ่นที่เจ็ด Hilux VIGO ตั้งแต่ปี 2547 ถึง 2558 ภายใต้โครงการ IMV ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตหลัก ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90% วีโก้สร้างสถิติยอดขายสูง ทำลายสถิติ 15,000 คันต่อเดือนในบางช่วง และส่งออกสะสมถึง 2.4 ล้านคันในปี 2555
การพัฒนาสู่ยุคดิจิทัลและไฟฟ้า
รุ่นที่แปด Hilux REVO ระหว่างปี 2558 ถึง 2568 ผสมผสานความแกร่งกับเทคโนโลยีสูง เน้นตอบโจทย์ลูกค้าพรีเมียม ในปี 2560 โครงการ IMV ส่งออกสะสม 3 ล้านคัน และเริ่มส่งออกกลับไปญี่ปุ่น ไฮลักซ์รีโว่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยรุ่นย่อยเช่น ROCCO และ GR Sport
รุ่นที่เก้า TOYOTA HILUX TRAVO ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปัจจุบัน พัฒนาโดยวิศวกรไทย ภายใต้ดีไซน์คอนเซ็ปต์ Tough & Agile พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense และแนะนำรถกระบะไฟฟ้า HILUX TRAVO-e เป็นครั้งแรก ปัจจุบัน Hilux ผลิตในไทยส่งออกไป 133 ประเทศ ส่งออกสะสม 4.6 ล้านคัน ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 95% สร้างงานกว่า 275,000 ตำแหน่ง และมีส่วนสร้าง GDP ให้ไทยประมาณ 3% ต่อปี



