กรมสรรพสามิตประสานจีนเจรจา NETA คลี่คลายค่าปรับ หลังไม่ผลิต EV ในไทยตามสัญญา
สรรพสามิตประสานจีนเจรจา NETA คลี่คลายค่าปรับ

กรมสรรพสามิตประสานจีนเจรจา NETA คลี่คลายค่าปรับ หลังไม่ผลิต EV ในไทยตามสัญญา

กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการประสานงานกับสถานทูตจีน เพื่อขอความช่วยเหลือในการเจรจากับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA หรือเนต้า หลังจากที่บริษัทดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมในการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเจรจานี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายปัญหาค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ NETA ไม่ได้จ้างผู้ผลิตในประเทศไทยตามที่ได้ตกลงไว้

ความเคลื่อนไหวของกรมสรรพสามิตและมาตรการสนับสนุน EV

ขณะนี้ กรมสรรพสามิตกำลังอยู่ระหว่างการคำนวณรายละเอียดของค่าปรับทั้งหมด ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 เท่าของความเสียหาย ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก NETA ได้รับการชดเชยจากรัฐบาลไทยภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยจ่ายชดเชยคันละ 150,000 บาท สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วกว่า 18,000 คัน แต่สุดท้ายบริษัทกลับไม่ทำตามข้อตกลงในการผลิตภายในประเทศ

สำหรับมาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • มาตรการ EV3.0 (พ.ศ. 2565-2568): ให้เงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน พร้อมกับการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต
  • มาตรการ EV3.5 (พ.ศ. 2567-2570): สานต่อจาก EV3.0 โดยให้เงินอุดหนุนสูงสุด 100,000 บาทต่อคันสำหรับรถยนต์และกระบะไฟฟ้า และ 10,000 บาทสำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า

มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรการ EV3.0 จำนวน 32 บริษัท และมาตรการ EV3.5 จำนวน 11 บริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่ยังคงเติบโต

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2568 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 122,128 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 74% จากปี พ.ศ. 2567 ที่มีการจดทะเบียน 70,137 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันด้านราคาระหว่างค่ายรถยนต์ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีการหั่นราคากันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความนิยมในการใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้นเนื่องจากช่วยประหยัดพลังงานและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้คาดการณ์ได้ว่าตลาด EV ในไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรณีของ NETA เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามข้อตกลงในการลงทุน เพื่อให้มาตรการสนับสนุนของรัฐบาลบรรลุวัตถุประสงค์อย่างเต็มประสิทธิภาพ