สสว. เปิดโรดแมปปี 2569 บูรณาการ 11 กระทรวง 49 หน่วยงาน ดัน 143 โครงการ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ประกาศแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME สำหรับปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกับ 11 กระทรวงและ 49 หน่วยงานของรัฐ เพื่อขับเคลื่อน 143 โครงการสำคัญ ด้วยวงเงินรวมกว่า 8,200 ล้านบาท เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย ตั้งแต่การเสริมสภาพคล่องทางการเงิน การยกระดับขีดความสามารถ ไปจนถึงการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดใหม่ในระดับสากล
แผนปฏิบัติการ 3 ด้านหลักเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ SME
ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า แผนปี 2569 นี้ถูกออกแบบภายใต้โจทย์สำคัญคือ "ทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด ไปต่อ และเติบโตได้จริง" โดยแบ่งออกเป็น 3 แผนหลัก ได้แก่
- แผนยกระดับ SME ขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ ด้วยวงเงิน 4,259.59 ล้านบาท ครอบคลุม 99 โครงการ
- แผนขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยวงเงิน 3,928.40 ล้านบาท จำนวน 35 โครงการ
- แผนงานอื่น ๆ เพื่อการส่งเสริม SME ด้วยวงเงิน 212.27 ล้านบาท รวม 9 โครงการ
ดร.ปณิตา เน้นย้ำว่า ปี 2569 นี้จะเป็นปีที่การบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จะเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดย สสว. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงนโยบายที่เชื่อมโยงงบประมาณปกติของหน่วยงานรัฐกับงบจากกองทุนส่งเสริม SME เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ซ้ำซ้อน มีความต่อเนื่อง และตรงจุดมากขึ้น
ไฮไลต์ใหม่: ขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างและปั้น SME ดาวรุ่ง
หนึ่งในโครงการไฮไลต์ของ สสว. ในปีนี้คือการผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับ SME ผ่านการขยายตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี พร้อมปรับมาตรการ "แต้มต่อ" ให้ SME แข่งขันได้มากขึ้นจากเดิมที่ร้อยละ 10-15 โดยเตรียมขยายแต้มต่อให้สูงขึ้นและเพิ่มกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์จากธุรกิจขนาดใหญ่
นอกจากนี้ สสว. ยังเตรียมขยายแนวคิด Thai SME-GP ไปสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนรายใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทชั้นนำในประเทศ โดยจะช่วยยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของผู้ประกอบการให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกกลไกสำคัญคือการยกระดับ SME แถวหน้าผ่านแนวคิด "Empowering SME" ซึ่งในปี 2569 จะคัดเลือก SME ศักยภาพสูงจำนวน 36 ราย เข้าสู่กระบวนการ Grooming แบบเฉพาะตัว (Tailored-made) เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกทั้งด้านธุรกิจ การเงิน ตลาด และการบริหาร ช่วยให้ SME กลุ่มนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดและก้าวสู่ตลาดสากลได้
เครื่องมือสนับสนุนรอบด้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
สสว. ยังเดินหน้าเครื่องมือสนับสนุนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบเงินอุดหนุน BDS ที่ช่วย SME พัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Co-payment ด้วยวงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อรายต่อปี แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อการปรับตัวและยกระดับธุรกิจ รวมถึงการผลักดัน Green Transformation ให้ SME ไทยสอดรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก
ดร.ปณิตา กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานของ สสว. ในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการทำโครงการ แต่คือการวาง "โครงสร้างอนาคตของ SME ไทย" ผ่านบทบาท Policy Maker ที่เชื่อมโยงทุกกระทรวง หน่วยงาน และเครื่องมือเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ SME ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในตลาดโลกในระยะยาว



