ตลาดบ้านหรูหดตัวหนัก! 'มาสเตอร์ แปลน 101' ตั้งเป้าโต 25% ในปี 2569 หวังรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ
ตลาดบ้านหรูหดตัว 'มาสเตอร์ แปลน 101' ตั้งเป้าโต 25%

ตลาดบ้านหรูหดตัวแรง! 'มาสเตอร์ แปลน 101' สวนกระแสเล็งโต 25% หวังรัฐบาลใหม่อัดฉีดเศรษฐกิจ

ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านหรูในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะหดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านมูลค่าสูง แต่บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 กลับมองเห็นโอกาสและตั้งเป้าหมายเติบโตก้าวกระโดดในปี 2569 พร้อมชูวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อพลิกเกมในอุตสาหกรรมนี้

ตลาดบ้านหรูหดตัวหนัก สวนทางกับบ้านราคาประหยัด

จากข้อมูลล่าสุดในปี 2568 ตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศหดตัวลงถึง 11% โดยมีมูลค่ารวมเหลือเพียง 1.9 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดขายของสมาคมรับสร้างบ้านไทยลดลงถึง 18% เมื่อเจาะลึกรายเซกเมนต์พบว่า กลุ่มบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไปหดตัวรุนแรงถึง 35% และกลุ่มบ้านราคา 5-20 ล้านบาทลดลง 30% สวนทางกับกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทที่เติบโตถึง 16%

นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบดังกล่าวทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง 25% มาอยู่ที่ 675 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยตลาดในกลุ่มบ้านหรูถึง 10% และปัจจุบันมีงานในมือรองรับรายได้ยาวถึง 2 ปี มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตั้งเป้าโต 25% ในปี 2569 พร้อม 4 ปัจจัยหนุนสำคัญ

บริษัทมาสเตอร์ แปลน 101 ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2569 เติบโต 25% แตะที่ 843 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ฐานลูกค้าในมือ: มีรายชื่อลูกค้าที่คัดกรองแล้วว่าพร้อมสร้างบ้านมูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัด 50%
  2. รุกการตลาดเข้มข้น: ใช้งบการตลาดปีละเกือบ 20 ล้านบาท เดินหน้าจัดอีเวนต์ 9-10 ครั้งต่อปี ทั้งงานบ้านและสวน งานสถาปนิก และจัดที่โชว์รูม
  3. ความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่: คาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีคณะทำงานที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เร่งผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้ภาคธุรกิจ รวมถึงธุรกิจรับสร้างบ้านสามารถเดินหน้าต่อไปได้
  4. โอกาสทองของผู้บริโภค: ปัจจุบันถือเป็นจังหวะดีที่ลูกค้าจะได้สร้างบ้านในราคาเดิม ก่อนที่วัสดุก่อสร้างและค่าแรงจะปรับขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ชูกลยุทธ์ 'The Master Home Builder' ดึงลูกค้า Ultra Luxury

เพื่อตอบรับความท้าทายทางเศรษฐกิจ บริษัทได้ปรับมิติใหม่แห่งการสร้างบ้านเหนือระดับภายใต้คอนเซปต์ 'The Master Home Builder' โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการชีวิตของลูกค้าในระหว่างการก่อสร้างให้มีความสะดวกสบายมากที่สุด

นายอนันต์กร อธิบายเพิ่มเติมว่า ลูกค้ากลุ่ม Ultra Luxury ให้ความสำคัญกับ 'เวลา' และเกลียด 'ความยุ่งยาก' ดังนั้นบริษัทจึงใช้กลยุทธ์ 'The Master Solution' บริการแบบ One Team โดยมีบริการ Fast Track Design ที่ประเมินราคาได้ใน 2 ชั่วโมง และเห็นแบบ 3D ครบทุกมิติใน 14 วัน

นอกจากนี้ บริษัทยังนำระบบ Master One 360 เข้ามาควบคุมการทำงานและตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนกว่า 6,000 รายการ พร้อมชูนวัตกรรม Prompt U Service ช่วยให้ลูกค้าเซ็นสัญญาได้ใน 7 วัน เริ่มสร้างได้ใน 60 วัน โดยบ้านขนาดไม่เกิน 1,000 ตร.ม. สร้างเสร็จใน 18 เดือน และบ้านขนาดใหญ่ระดับ 3,000 ตร.ม. การันตีสร้างเสร็จภายใน 24 เดือน

เปิดตัวแบบบ้านใหม่และนวัตกรรมล้ำสมัย

บริษัทยกระดับกลยุทธ์ 'The Master Selection' ด้วยการเปิดตัวแบบบ้านใหม่ 3 แบบในซีรีส์ Gold Series ได้แก่

  • แบบ Empire Gold (ใช้ที่ดิน 5 ไร่) ตั้งเป้าขาย 1 หลังภายใน 2 ปี
  • แบบ Milano Brown (ที่ดิน 1.5-2 ไร่)
  • แบบ Gold Sand (ที่ดิน 300 ตร.วา) ตั้งเป้าขายแบบละ 3 หลัง

บ้านทุกหลังมาพร้อมกับ 4 นวัตกรรมล้ำสมัย ได้แก่ ระบบโซลาร์เซลล์พร้อม Energy Storage ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ให้บ้านหายใจได้ ระบบ AI Home Solution และระบบความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยการรับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 30 ปี

โปรไฟล์ลูกค้าและความมั่นใจในตลาด Real Demand

โปรไฟล์ลูกค้าของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงในกรุงเทพฯ ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจในต่างจังหวัด เช่น โรงสี โรงน้ำแข็ง เหมือง ปั๊มน้ำมัน แพทย์ หรือแม้แต่ผู้รับเหมางานโครงสร้างพื้นฐาน โดยกระจายตัวสูงในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลางที่มียอดสะสมก่อสร้างสูงถึง 2,000 ล้านบาท

นายอนันต์กร เน้นย้ำว่า ตลาดรับสร้างบ้านเป็นความต้องการที่แท้จริง (Real Demand) ดังนั้นปัจจัยทางการเมืองจึงไม่ค่อยมีผลกระทบโดยตรงเท่ากับปัจจัยทางเศรษฐกิจ เขากล่าวว่า 'ตลาดนี้เป็น Real Demand ลูกค้ามีที่ดินอยู่แล้ว เรื่องการเมืองไม่ค่อยกระทบ กระทบแค่เศรษฐกิจ แต่ลูกค้าหลายธุรกิจของเราก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้'

บริษัทเตรียมส่งมอบบ้าน 10 โครงการในปีนี้ในหลายพื้นที่ เช่น ยโสธร ภูเก็ต ลำปาง และกรุงเทพฯ พร้อมกับความหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ เพื่อนำพาประเทศและธุรกิจให้เดินต่อไปได้อย่างมั่นคง