ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ที่ระดับ 1,560.20 จุด ลดลง 8.40 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.54 โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 54,200 ล้านบาท
บรรยากาศการซื้อขาย
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามแรงขายในกลุ่มพลังงานและการเงิน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอตัว รวมถึงแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ปัจจัยลบจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และจีน รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังคงส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลงมากที่สุด
- กลุ่มพลังงาน ปรับตัวลงร้อยละ 1.2
- กลุ่มการเงิน ปรับตัวลงร้อยละ 0.8
- กลุ่มปิโตรเคมี ปรับตัวลงร้อยละ 0.6
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,200 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 35.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
- บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,800 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 148.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
- บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มูลค่าการซื้อขาย 2,500 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 145.00 บาท ลดลง 1.50 บาท
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงมีแนวโน้มผันผวน โดยต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลก
ด้านนายกรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะสั้นคาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,550 จุด และแนวต้านที่ 1,580 จุด โดยแนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด



