อรรถวิชช์ชี้แลนด์บริดจ์ต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่รองรับสินค้าเกษตร
อรรถวิชช์ชี้แลนด์บริดจ์ต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า โครงการแลนด์บริดจ์กำลังเป็นที่จับตาของนานาชาติ โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่กังวลเรื่องผลกระทบต่อช่องแคบมะละกา แต่หัวใจสำคัญที่ไทยต้องโฟกัสคือการสร้างมูลค่าเพิ่มบนแผ่นดินไทย ไม่ใช่เป็นเพียงทางผ่านให้สินค้าไหลผ่านไปมา

หัวใจของแลนด์บริดจ์คือการออกแบบ Supply Chain

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า หัวใจของแลนด์บริดจ์คือการออกแบบห่วงโซ่อุปทานให้ครบวงจร โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความคุ้มค่าที่แท้จริงของโครงการ รัฐบาลต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อรองรับสินค้าเกษตรหลักของภาคใต้

ยกระดับสินค้าเกษตรด้วยอุตสาหกรรมโอลีโอเคมี

รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้ใช้โครงการแลนด์บริดจ์เป็นสปริงบอร์ดในการยกระดับสินค้าเกษตรหลักของภาคใต้ เช่น อุตสาหกรรมโอลีโอเคมี โดยนำปาล์มน้ำมันผสานกับไฮโดรเจนจากโรงแยกก๊าซ พัฒนาเป็นเครื่องสำอางหรือผงซักฟอกมูลค่าสูง พร้อมออกแบบระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าซเชื่อมสองฝั่งทะเล (Land Bridge Pipeline) เพื่อเปลี่ยนบทบาทไทยให้เป็นศูนย์กลางพลังงานระดับโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กองทุนน้ำมันเสี่ยงยุติชดเชยไบโอดีเซล

นายอรรถวิชช์ ยังให้ข้อมูลที่น่ากังวลว่า ในวันที่ 24 กันยายน 2569 กองทุนน้ำมันมีแนวโน้มจะยุติการชดเชยไบโอดีเซล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปาล์มน้ำมันถึง 1 ใน 3 ของประเทศทันที หากไม่มีอุตสาหกรรมใหม่มารองรับ การเร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมในภาคใต้ผ่านโครงการ SEC และแลนด์บริดจ์จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สนับสนุนแลนด์บริดจ์ แต่ต้องมีข้อมูลรอบด้าน

นายอรรถวิชช์ ยืนยันว่า ยังคงสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์เพราะเป็นโอกาสครั้งสำคัญของภาคใต้ แต่การตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้านและแผนเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง ความสำเร็จไม่ได้วัดที่สิ่งก่อสร้าง แต่วัดที่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และการพิสูจน์ว่าเราสามารถสร้างเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มได้จริงหรือไม่