ตลาดหุ้นโลกเริ่มชินชากับข่าวสงคราม โดยดัชนีสหรัฐฯ และยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งเกือบ 3% หลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลว ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม อิหร่านเสนอข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ ซึ่งหากความตึงเครียดผ่อนคลาย ราคาน้ำมันอาจย่อตัวลง
ธนาคารกลางทั่วโลกคาดคงดอกเบี้ย
สัปดาห์นี้มีการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อรอดูทิศทางเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นคงที่ 0.75%, กนง.ไทยคงที่ 1.00%, เฟดคงที่ 3.75%, อีซีบีคงที่ 2.00% และบีโออีคงที่ 3.75%
รัฐบาลคลอดแพ็กเกจไทยช่วยไทยพลัส
รัฐบาลเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใช้งบประมาณปี 2569 แบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส สำหรับคนทั่วไป 20 ล้านคน รับเงิน 4,000 บาท (จ่ายเดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน) รัฐสมทบ 60% ประชาชนจ่าย 40% เริ่มลงทะเบียนพฤษภาคม 2569 และใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และมาตรการเสริมสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน รับเงินช่วยเหลือ 4,000 บาท (เดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน) โดยใช้จ่ายได้เต็มจำนวน 100%
หุ้น 4 กลุ่มรับอานิสงส์
บล.เอเซีย พลัส แนะนำทยอยถือเงินสดเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง พร้อมชี้หุ้น 4 กลุ่มหลักที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPALL, BJC, CPAXT), กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (CBG, OSP, SNNP, ICHI), กลุ่มการเงิน (MTC, TIDLOR) และกลุ่มเทคโนโลยี (BE8, BBIK) โดยหุ้นเด่นแนะนำ BBL, BEM, DELTA, CPAXT, BJC, CBG, OSP
ประเด็นลงทุนต่างประเทศ
แนะนำจับตาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่รายงานงบแข็งแกร่ง เช่น ADVANTEST (6857 JP) ซึ่งรายงานกำไรไตรมาส 4 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ DR: WUXIAT80 อ้างอิงหุ้น WUXI APPTEC (2359 HK) หลังกำไรไตรมาส 1 แข็งแกร่งจากออเดอร์ผลิตยาลดน้ำหนัก GLP-1



