ทรัมป์ปฏิเสธแผนสันติภาพอิหร่าน เหตุไม่ครอบคลุมประเด็นนิวเคลียร์
ทรัมป์ปฏิเสธแผนสันติภาพอิหร่าน ไม่ครอบคลุมนิวเคลียร์

ทรัมป์ปฏิเสธแผนสันติภาพอิหร่าน เหตุไม่ครอบคลุมประเด็นนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่จากรัฐบาลอิหร่านที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาเพียงบางส่วน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านและการแทรกแซงของรัสเซีย ขณะที่เยอรมนีออกมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของสหรัฐฯ ว่ากำลังสูญเสียความสง่างามในฐานะมหาอำนาจ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง หลังจากทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนระหว่างการประชุมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงว่ามีแนวโน้มจะไม่ยอมรับข้อเสนอสันติภาพฉบับล่าสุดจากเตหะราน แหล่งข่าววงในระบุว่าแผนของอิหร่านเน้นเพียงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อลดแรงกดดันทางการค้าและพลังงาน แต่กลับละเว้นหรือผลักภาระการเจรจาเรื่องโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและอาวุธนิวเคลียร์ออกไป

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความกังวลของคณะทำงานสหรัฐฯ ที่มองว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยที่ประเด็นนิวเคลียร์ยังไม่ได้รับการแก้ไขจะทำลายอำนาจต่อรองที่สำคัญที่สุดของอเมริกา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากมาตรการปิดล้อมทางน้ำส่งผลให้ราคาพลังงานในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.11 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์ให้ความสำคัญในนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โอลิเวีย เวลส์ ผู้ช่วยโฆษกทำเนียบขาวแถลงยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่เจรจาผ่านสื่อมวลชนเนื่องจากเป็นประเด็นทางการทูตที่ละเอียดอ่อน แต่ย้ำว่าประธานาธิบดีทรัมป์ถือไพ่เหนือกว่าและจะบรรลุข้อตกลงที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ชาวอเมริกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ฝ่ายอิหร่าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนรัสเซีย วิจารณ์สหรัฐฯ ว่ามีพฤติกรรมทำลายล้างและตั้งเงื่อนไขไร้เหตุผลจนทำให้กระบวนการสันติภาพล่าช้า ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดเผยว่าได้รับสารสำคัญจากมอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีความเคลื่อนไหวจากผู้นำรายนี้หลังจากเข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดาเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ท่ามกลางข่าวลือเรื่องอาการบาดเจ็บรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศ แม้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะยืนยันว่ามีข้อบ่งชี้ว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังมีคำถามเกี่ยวกับเอกภาพภายในระบอบปกครองของเตหะรานและอำนาจการตัดสินใจที่แท้จริง

นอกจากแรงกดดันจากคู่ขัดแย้ง สหรัฐฯ ยังได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพันธมิตรในยุโรป โดย ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความเห็นอย่างรุนแรงว่าสหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในสภาวะถูกเหยียดหยามโดยอิหร่าน จากความพยายามถอนตัวออกจากสงครามโดยไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน ขณะที่สถานการณ์ในเลบานอนซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเจรจายังคงเปราะบาง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน แต่ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่ายังมีการทำลายล้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง