นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยแนวคิดใหม่ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเงินดังกล่าวเข้าสู่กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนนโยบายฟรีวีซาจาก 60 วันกลับมาเป็น 30 วันเช่นเดิม
รายละเอียดการจัดเก็บค่าธรรมเนียม
นายสุรศักดิ์ชี้แจงว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้จะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่ศึกษามาอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับหลายประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ดำเนินการมาเป็นเวลานานแล้ว เงินที่จัดเก็บได้จะถูกนำไปใช้ในหลายด้าน อาทิ การทำประกันชีวิตและประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
รัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันรัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวที่ไม่มีประกันเป็นจำนวนมากในแต่ละปี หากนักท่องเที่ยวจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ พวกเขาจะได้รับประกันที่มีคุณภาพทันที ซึ่งหากซื้อประกันด้วยตนเองจะมีราคาแพงกว่า นอกจากนี้ เงินส่วนที่เหลือยังสามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในหลายมิติและดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมได้อีกด้วย
วิธีการจัดเก็บและการคาดการณ์รายได้
นายสุรศักดิ์ระบุว่า ยังต้องพิจารณาวิธีการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุด โดยอาจแฝงมากับตั๋วเครื่องบินหรือค่าโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกลำบากและสะดวกในการจัดเก็บ พร้อมทั้งต้องสามารถตรวจสอบตัวเลขได้อย่างโปร่งใส หากประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 30 ล้านคนต่อปี การจัดเก็บคนละ 300 บาทจะสร้างรายได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น
การปรับนโยบายฟรีวีซา
ในส่วนของนโยบายฟรีวีซา นายสุรศักดิ์กล่าวว่า หลังจากทดลองใช้ฟรีวีซา 60 วันมาระยะหนึ่ง รัฐบาลได้หารือร่วมกันและพบว่าระยะเวลา 60 วันนั้นเกินความจำเป็น เนื่องจากค่าเฉลี่ยการพำนักของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 9 วัน และสูงสุดเพียง 21 วัน ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเห็นควรยกเลิกฟรีวีซา 60 วันทั้งหมด 90 ประเทศ และกลับไปใช้ระยะเวลา 30 วันเช่นเดิม สำหรับประเทศใดที่ยังไม่ได้รับสิทธิฟรีวีซา 30 วัน กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการขอให้ประเทศเหล่านั้นได้รับสิทธิก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
นายสุรศักดิ์ย้ำว่านโยบายเหล่านี้เป็นไปเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งสำหรับคนไทยและคนต่างชาติ โดยจะดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมอย่างแน่นอน พร้อมทั้งมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น การช่วยจ่ายค่าโรงแรม ค่าอาหาร และสนับสนุนค่าเดินทางเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ



