โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีต ผอ.FBI เสียชีวิต ทรัมป์โพสต์ทันที “ดีแล้วที่ตาย”
โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI และอัยการพิเศษผู้สืบสวนคดีการแทรกแซงเลือกตั้งของรัสเซียในปี 2559 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตามหลอกหลอนโดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 81 ปี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความสะเทือนใจในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ
ครอบครัวออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิต
เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่ครอบครัวของนายมุลเลอร์ได้ออกแถลงการณ์ด้วยความเศร้าโศก ระบุว่า “เราขอแจ้งข่าวด้วยความเสียใจอย่างที่สุดว่า บ็อบ (ชื่อเล่นของโรเบิร์ต) ได้จากไปแล้วเมื่อคืนวันศุกร์ (20 มี.ค.)” พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้
บทบาทสำคัญใน FBI และการสืบสวนคดีรัสเซีย
นายมุลเลอร์ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ FBI ตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2556 โดยเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 และได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวางจากการปรับเปลี่ยน FBI ให้กลายเป็นหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายที่ทันสมัยมากขึ้น
ในปี 2559 โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างพลิกความคาดหมาย โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ กล่าวหารัสเซียว่าแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อทำลายการหาเสียงของฮิลลารี คลินตัน และสนับสนุนทรัมป์ นายมุลเลอร์เป็นผู้นำการสืบสวนเรื่องดังกล่าว และได้ข้อสรุปว่า รัสเซียแทรกแซงอย่างเป็นระบบผ่านการแฮ็กข้อมูลและโซเชียลมีเดียเพื่อช่วยทรัมป์ แต่ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าทีมหาเสียงของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียอย่างผิดกฎหมาย แม้จะพบความเชื่อมโยงมากมายก็ตาม
ปฏิกิริยาจากโดนัลด์ ทรัมป์
นายทรัมป์ประณามข้อกล่าวหาและการสืบสวนของนายมุลเลอร์มาโดยตลอด และล่าสุด หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของอดีต ผอ.FBI รายนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ทันทีว่า “โรเบิร์ต มุลเลอร์ เพิ่งเสียชีวิตไป ดีแล้ว ผมดีใจที่เขาตาย เขาจะได้ไม่สามารถทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้อีกต่อไป!” ก่อนลงชื่อทิ้งท้ายว่า “ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” สะท้อนถึงความขัดแย้งที่ยังคงคุกรุ่นในแวดวงการเมืองอเมริกัน
การเสียชีวิตของโรเบิร์ต มุลเลอร์ ในวัย 81 ปี นี้ ได้จุดประกายการอภิปรายเกี่ยวกับมรดกและบทบาทของเขาในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะในฐานะบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับสูงและความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง



